วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ตชด.ที่ 426 ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตรวจป่าบ้านหนองคล้า หลังชาวบ้านร้องเรียนนักการเมืองท้องถิ่นบุกรุก เจอรถแบ็กโฮกำลังปรับพื้นที่ ยึดไว้เป็นหลักฐาน

วันที่ 20 ก.ค.53 พ.ต.ท.ชนวีร์ เกื้อพันธุ์ รองผบ.หมวด กองร้อย ตชด.ที่ 426 นายศิริเดช เกลียงทอง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กบ.1 (เหนือคลอง) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 20 นาย เข้าตรวจพื้นที่ป่าหมู่ที่ 7 บ้านหนองคล้า ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในตำบลกระบี่น้อย เข้าบุกรุกและอ้างตัวเป็นเจ้าของพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าซึ่งเป็นทางสูงชัน ห่างจากถนนลูกรังประมาณ 500 เมตร พบรถแบ็กโฮสีเหลือง ยี่ห้อโคเบลโก กำลังปรับพื้นที่ และพบรถกระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อโตโยต้า ป้ายทะเบียน บต-9773 กระบี่ ซึ่งเป็นรถที่ใช้บรรทุกน้ำมัน ส่วนคนขับรถแบ็กโฮและรถกระบะเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้วิ่งหนีออกนอกพื้นที่อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเข้าตรวจยึด

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทราบว่า รถกระบะและรถแบ็กโฮเป็นของนายมณเทียน กาญจนะ อยู่บ้านเลขที่ 196 ม.2 ต.ตลิ่งชั้น อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยรับจ้างปรับพื้นที่ป่าให้กับนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในตำบลกระบี่น้อย เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันจำนวน 15 ไร่เศษ อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งเขาพนมเบญจา รอยต่อกับป่า พ.ร.บ.2484 ตามมาตรา 1 ห้ามปลูกสร้าง แผ้วถาง และห่างจากพื้นที่ที่มีการบุกรุกซึ่งเป็นพื้นที่ติดกันยังมีการปลูกปาล์มนำมันจำนวนหลายแปลง อายุปาล์มน้ำมันประมาณ 4 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่พร้อมของกลางรถแม็กโคและรถกระบะ ทำบันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ดำเนินการต่อไป

สำหรับพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสาธารณะประโยชน์ ซึ่งทางสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่ กองบำรุงพันธุ์สัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ในการดูแลพื้นที่ จำนวน 3,641 ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่

ด้าน นายถาวร นกทวี หัวหน้าหน่วยสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่ กล่าวว่า พื้นที่จำนวน 3,641 ไร่ ที่ทางสถานีขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ทางสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่มีหน้าที่ดูแลเฉพาะพื้นที่ แต่ในส่วนอำนาจการจับกุมนั้นเป็นของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมีชาวบ้านและนายทุนเข้าไปปรับพื้นที่เพื่อทำการปลูกปาล์มน้ำมันและยางพารา ทางสถานีฯในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้เข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เหนือคลอง จำนวน 4 คดีด้วยกัน นอกจากนั้นยังประสานงานไปยังผู้นำท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านให้เข้ามาช่วยดูแลพื้นที่ป่า

แต่ต้องยอมรับว่าการบุกรุกพื้นที่ป่ายังมีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องจักรดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เพื่อปลูกพืชทางการเกษตร ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกนายทุน การป้องกันดูแลของเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่ ลำบากมากเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่จริงๆ 3 คนเท่านั้น ที่เหลือเป็นลูกจ้าง สิ่งที่ต้องการในเวลานี้คืออยากให้ทางจังหวัดกระบี่รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีอำนาจการจับกุมและปราบปรามเข้ามาดำเนินการอย่างเด็จขาดเสียที่ หากให้ทางสถานีดูแลก็คงจะดูแลได้เพียงอย่างเดียว เพราะอำนาจการจับกุมไม่ได้อยู่ที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่ ทำได้อย่างเดี่ยวคือแจ้งความร้องทุกไว้เท่านั้น

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั่วไป