วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ชาวบ้านเขาคราม เมืองกระบี่ผวา เกิดแผ่นดินยุบตัว

วันที่ 30 มิ.ย. 53  นายบัณฑูร ภูมิภมร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจสอบเหตุดินทรุดตัว บริเวณบ้านหน้าวัว หมู่ที่ 1 ตำบลเขาคราม พบที่เกิดเหตุอยู่ติดถนนภายในหมู่บ้าน อยู่ห่างจากบ้านของนายเวียง ด้วงน้อย อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 227 หมู่ที่ 1 ประมาณ 5 เมตร เกิดเป็นบ่อหลุมลึก ประมาณ 6 เมตร กว้าง 3 เมตร

ในเบื้องต้นก็ได้ทำการกั้นรอบบริเวณและปักป้ายเป็นเขตอันตรายเพื่อป้องกันชาวบ้านที่ใช้เส้นทางดังกล่าวพลัดตกลงไปในบ่อพร้อมแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ โดยมีชาวบ้านประมาณ 6 หลังคาเรือนหลายสิบคน ยืนผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายบัณฑูร ภูมิภมร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม เปิดเผยว่า ดินทรุดตัวเป็นบ่อลึก เกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะที่เกิดฝนตกหนัก โดยเกิดเป็นหลุมลึกลงไปใต้ดิน มีปากหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ลึกประมาณ 10 เมตร และเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (30 มิ.ย.) ปากบ่อเกิดการทรุดตัวซ้ำขยายบริเวณกว้างขึ้นประมาณ 3 เมตร ซึ่งคาดว่า บริเวณด้านล่างเป็นโพรงลึกและกว้างเมื่อฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ดินด้านบนปากหลุมอิ่มน้ำและเกิดการยุบตัวลงไปถมรูดินในที่สุด จึงทำให้ความลึกของบ่อลดน้อยลงเหลือประมาณ 6 เมตร

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปถึงสาเหตุของการเกิดดินยุบเป็นหลุมลึกในครั้งนี้ได้ และให้ทาง อบต.หาดินมาถมเพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้นไปก่อนพร้อมให้เฝ้าสังเกตุการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงของหน้าดินบริเวณดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากผิดสังเกตก็ให้ทำการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ทันที

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม กล่าวด้วยว่า สำหรับบ้านหน้าวัว เมื่อประมาณ 6 ปี ที่ผ่านมา ได้เกิดภูเขาทรุดตัวถล่มทับบ้านของชาวบ้านเสียหายหลายหลัง มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง โดยอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุดินยุบตัว ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยสาเหตุของการเกิดภูเขาทรุดในครั้งนั้นเกิดจากด้านล่างของภูเขาเป็นธารน้ำ ประกอบกับในช่วงนั้นเกิดฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวันทำให้ภูเขาเกิดการทรุดตัว และในครั้งนี้ฝนก็ได้ตกลงมาติดต่อกันหลายวันจนทำให้เกิดเป็นบ่อลึกส่วนจะมีธารน้ำใต้ดินเชื่อมโยงกันหรือไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

นายทุนเหิมหนักบุกรุกไม่เว้นป่าโครงการปลูกวันพ่อและมีป้ายห้ามบุกรุก นำปาล์มนับร้อยต้นปลูกแทน แถมถอนต้นไม้ปลูกวันพ่อทิ้ง


วันที่ 30 มิ.ย.53  ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ที่ป่าแก่ หรือป่าสงวนแห่งชาติป่า ต.ทับปริก และป่าตำบลเขาคราม ริมถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 1 ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ ซึ่งทางจังหวัดกระบี่ได้จัดทำโครงการปลูกป่าทดแทนไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 52 และพื้นที่อยู่ติดถนนสายเพชรเกษม สายกระบี่-อ่าวลึก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 ปรากฏว่าได้มีนายทุนทำการบุกรุกปลูกปาล์มน้ำมัน จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่า พื้นที่ป่าดังกล่าวด้านหน้ามีป้ายขนาดใหญ่ ระบุเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่า ต.ทับปริก และ ต.เขาคราม มีพื้นที่ 10,625 ไร่ บุคคลใด เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัย ต้องได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนต้องมีโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด ประกาศจังหวัดกระบี่

ส่วนสภาพหลังป้ายซึ่งเป็นป่าใหญ่ และสามารถเดินเข้าไปภายในได้ ปรากฏว่าป่ามีสภาพทรุดโทรมเนื่องจากถูกตัดโค่น มีต้นไม้ใหญ่ขนาดหลายคนโอบจำนวนนับสิบต้นที่ยังหลงเหลืออยู่ห่างๆกัน และบางต้นยืนต้นตายเพราะถูกเจาะใส่ยาฆ่าตอ ขณะที่พื้นที่ทั่วไปมีต้นไม้ขาดเล็ก และมีการแผ้วถางเป็นร่องกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวนับร้อยเมตร รวมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ โดยกลางร่องมีต้นปาล์มเพิ่งปลูก รวมนับร้อยต้น ส่วนสภาพพื้นที่ป่าด้านข้างมีสภาพสมบูรณ์แต่ก็มีร่องรอยการเข้าแผ้วถางบุกรุกเช่นกัน

สำหรับพื้นป่าดังกล่าวอยู่ใกล้กับสำนักบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ หรือป่าไม้เดิม ประมาณ 2 กิโลเมตร มีการบุกรุกมานานหลายปี โดยมีการทำกันเป็นขบวนการ และกลวิธีในการฮุบป่าแยบยล โดยมีการนำยาฆ่าตอราดตามโคนต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ต้นไม้ยืนต้นตายไปเอง และทำการเจาะร่องปลูกผลอาสิน และเมื่อปี 52 ทางจังหวัดกระบี่ ได้ทำการยึดคืนพื้นที่และทำการปลูกป่าทดแทนเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม โดยในครั้งนั้นมีนายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานปลูก แต่ก็มาถูกนายทุนถอนทิ้งและปลุกปาล์มแทน

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 12 อ้างว่า สาเหตุที่ยังไม่มีการเข้ารื้อถอนเนื่องจากต้องการจับกุมผู้ที่เข้าไปบุกรุกมาดำเนินคดีให้ได้ ใหญ่แค่ไหนถึงได้เข้าไปบุกรุกโครงการปลูกป่าวันพ่อ และว่าหากเข้ารื้อถอนก็จะทำให้ผู้บุกรุกลอยนวลได้อีก

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

จนท.อุทยานฯหาดนพรัตน์ธาราสนธิกำลังกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่12สาขากระบี่ ทำลายสิ่งปลูกสร้างในป่าชายเลนที่กระบี่

วันที่  30 มิ.ย.53 นายนิรุทธ์ พุทธพงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นายบุญแนม ช่วยระดม นายบรรจบ เขียวน้อย ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ นายสมชาย จิตรหลัง หัวหน้าหน่วยประสานงานป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่ประมาณ 20 นาย ลงตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณฝั่งตรงข้ามศูนย์ราชการจังหวัดกระบี่ ท้องที่หมู่ที่ 7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ ภายหลังได้รับการร้องเรียนว่ามีนายทุนเข้าบุกรุกทำลาย ป่าโกงกางอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

เมื่อไปถึงพบร่องรอยบุกรุกแผ้วถางตัดไม้โกงกางล้มตายไปจำนวนมาก รวมเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เศษ มีการนำลูกมะพร้าวมาปลูกประมาณ 5-10 ต้น นอกจากนี้ยังมีการปลูกสร้างขนำหลังคาสังกะสีอีก1 หลัง แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิดแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการรื้อถอนขนำ และทำลายผลอาสินทั้งหมด เพื่อยึดคืนพื้นที่คืนเป็นของรัฐ และนำป้ายประกาศของอุทยานฯมาปักในพื้นที่ห้ามิให้การดำเนินการใดๆในพื้นที่

นายนิรุทธ์ พุทธพงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว ได้มีการจับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่17 พ.ย.2552 แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด และต่อมาได้มีผู้แสดงสิทธิ์เป็นเจ้าของ โดยนำเอกสาร ภบท.5 มาแสดง ซึ่งไม่ใช่หลักฐานทางที่ดิน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดพื้นที่และทำลายอาสิน และสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ โดยแจ้งข้อกล่าวหา บุกรุกยึดถือ ครอบครอง โดยไม่มีหลักฐานทางที่ดินมาแสดง กระทำผิดพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา16(1).พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา14 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา54 ซึ่งจะได้ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

นายทุนเหิมไม่เลิก รุกแผ้วถางป่าโกงกาง ตรงข้ามศูนย์ราชการกระบี่ เตียนโล่งกว่า 5 ไร่ อ้างสิทธิ์มี ส.ค.1

วันที่ 29 มิ.ย.53 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้ถนนสัญจรเส้นทางถนนท่าเรือ ว่า ที่บริเวณหน้าศูนย์ราชการ ตรงข้ามสำนักงานชลประทานจังหวัดกระบี่ ม.7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ ได้มีนายทุนเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าโกงกางอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบบริเวณดังกล่าวเป็นป่าชายเลน มีต้นโกงกางขึ้นอยู่หนาแน่น ติดถนนท่าเรือทางไป อบจ.กระบี่ มีน้ำทะเลท่วมถึง มีต้นโกงกางจำนวนมากถูกตัดโค่นโล่งเตียน

จากการตรวจสอบพบว่า ต้นโกงกางมีทั้งร่องรอยเพิ่งจะถูกโค่นใหม่และเก่า เนื่องจากสภาพใบไม้ที่ติดอยู่กับต้นไม้ยังสดใหม่ โดยต้นโกงกางแต่ละต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ประมาณ 3 นิ้ว ถึง 5 นิ้ว อายุไม่น้อยกว่า 10 ปี ผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรบนถนนสายดังกล่าวสามารถมองเห็นจากบนถนนได้อย่างชัดเจน รวมเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 5 ไร่ นอกจากนี้ ยังพบว่า ลึกเข้าข้างในพบมีการนำต้นจากและต้นมะพร้าวมาปลูกอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี

นายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีสภาพป่าโกงกางที่ยังมีความสมบูรณ์ และน้ำทะเลท่วมถึง มีการบุกรุกมาตั้งแต่ปี 47 มีการปลูกมะพร้าว และผลอาสินอื่นๆ อีกหลายชนิด ซึ่งได้มีการเข้าตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้บุกรุกแล้วหลายครั้ง โดยผู้ต้องหาได้อ้างสิทธิ์ว่า มี ส.ค.1 ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ แต่อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจะเข้าทำการรื้อถอนผลอาสินออกทั้งหมด

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

สถานีอนามัยตำบลเขาคราม อ.เมืองกระบี่ ระดมกำลังกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

เมื่อที่ 29 มิ.ย.53 นายสุชา วันศุกร์ รองนายกอบต.เขาคราม นายก้าหรีม หลักแหล่ง กำนันตำบลเขาคราม นางสุไหวด๊า มังคะลา หัวหน้าสถานีอามัยตำบลเขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อสม. ออกสำรวจบ้านเรือนของชาวบ้าน เพื่อรณรงค์ให้ชาวบ้านช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลาย พร้อมทำการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงลาย และนำทรายกำจัดลูกน้ำยุงลายไปแจกจ่ายทุกหลังคาเรือนเพื่อ ตัดวงจรเชื้อไข้เลือดออก หลังจากพบผู้ป่วยไข้เลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นางสุไวด๊า มังคะลา หัวสถานีอนามัยตำบลเขาคราม เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่ตำบลเขาครามมีผู้ป่วยติดเชื้อไข้เลือดออกแล้ว 24 ราย โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านไหนหนัง ม.3 ต.เขาคราม ภายใน 1เดือน มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นรวดเดียว 6 ราย จึงต้องมีการระดมเจ้าหน้าที่ออกกำจัดแหล่งเพาะเชื้อ พบปะทำความเข้าใจชาวบ้าน และฉีดพ่นหมอกควันให้ครบทุกหลังคาเรือนเพื่อตัดตอนการระบาด ซึ่งหลังจากที่ได้มีการทำการฉีดพ่นหมอกควันและแจกทรายกำจัดลูกน้ำยุงลายแล้ว ก็จะเฝ้าระวังติดตามการแพร่เชื้อของโรคต่อไป

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบว่าผู้ป่วยรายแรกจาก 1 ใน 6 รายได้รับเชื้อมาจากที่อื่น และเมื่อมีอาการป่วยก็กลับมาอยู่ที่บ้านและไปรักษาเองตามคลินิก แต่อาการไม่ดีขึ้น ต่อมาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกระบี่ ทางโรงพยาบาลตรวจพบว่าติดเชื้อไข้เลือดออก แต่กว่าจะทราบผล เชื้อก็ได้แพร่ระบาดไปยังบุคคลอื่นที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว เบื้องต้นได้รายงานไปยังสาธารณสุขอำเภอ และได้ระดมเจ้าหน้าที่ออกพบชาวบ้านประตูต่อประตู เพื่อทำความเข้าใจเรื่องไข้เลือดออก แนะนำวิธีกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายซึ่งเป็นตัวแพร่เชื้อ

ส่วนยอดผู้ป่วยทั้งจังหวัดกระบี่ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อไข้เลือดออกสะสม รวมทั้งหมด 522 ราย เสียชีวิตแล้ว 5 ราย เพิ่มจากเดือนที่ผ่านมา 200 กว่าราย

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ชาวชุมชนโรงเลื่อย รวมตัวบุกศาลากลาง ทวงถามผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ตรวจสอบกรณีนายทุนออกเอกสารสิทธิทับที่ป่าชายเลน ร้องเรียนหลายครั้งยังไม่มีหน่วยงานใดสนใจ

วัที่ 28 มิ.ย.53 ชาวบ้านชุมชนโรงเลื่อย ม.2 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ จำนวนประมาณ 20 คน นำโดย นายทรงฤทธิ์ บำรุง อายุ 38 ปี แกนนำชาวชุมชนโรงเลื่อย ได้เดินทางมาที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ พร้อมนำภาพถ่ายป่าชายเลน เพื่อทวงถามต่อนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ถึงกรณีที่ได้มีนายทุนเข้าไปออกเอกสารสิทธิ ทับที่ป่าชายเลนหลังชุมชนโรงเลื่อย ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้านไม่สามารถออกไปหาสัตว์น้ำ ได้ร้องเรียนหลายครั้งแต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าตรวจสอบแนวเขตที่ชัดเจน

นายทรงฤทธิ์ บำรุง แกนนำชาวชุมชนโรงเลื่อย กล่าวว่า ภายหลังจากที่นายทุนออกเอกสารสิทธิทับที่ป่าชายเลนชุมชนโรงเลื่อย ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นแหล่งหากินมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เนื่องจากเป็นป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์น้ำให้นานาชนิดให้ชาวบ้านเป็นอาหาร และมีพันธุ์ไม้ป่าชายเลนหลบายชนิดที่หายาก

แต่กลับมีนายทุนเข้าไปยึดครองและออกเอกสารสิทธิทับที่ดินบริเวณดังกล่าวได้ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเข้าไปหากินได้ แม้กระทั่งหายอดจาก หรือเก็บของป่ามาขาย ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวชุมชนมาช้านาน

นอกจากนี้ ทางชุมชนจึงได้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม ชื่อ กลุ่มอนุรักษ์ป่าริมเลบ้านเรา ขึ้นมา เพื่อให้ทางจังหวัดรับรอง เพื่อจะได้ดูแลพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกทำลายป่าชายเลนที่หลงเหลืออยู่ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติให้แก่ลูกหลาน เพราะเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด

ต่อมา นางยาใจ ทรรศวรรณ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ได้มารับเรื่องโดยให้กลุ่มชาวบ้านไปหารือที่ห้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ โดยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าว ทางเจ้าของที่ดิน มีเอกสารสิทธิ ซึ่งหากทางเจ้าหน้าที่เข้าไปยึดที่คืนก็ไม่สามารถกระทำได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ ระดับจังหวัดว่าเอกสารสิทธิออกโดยชอบหรือไม่

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาก็ให้ทำโครงการผ่านทางอำเภอมาก่อน หรือให้ทางสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 24 เป็นผู้เสนอโครงการ เพื่อให้ทางจังหวัดดำเนินการต่อไป

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ที่12 สาขากระบี่ ร่วมกับอบต.เขาคราม ปลูกพันธุ์กล้าไม้ กว่า 2,000 ต้น

เมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน 2553 นายชัยเลิศ ภิญโญรัตน์โชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เป็นประธานปลูกปลูกพันธุ์กล้าไม้ กว่า 2,000 ต้น เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่าในช่องตะวันตก ม.1 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ ภายหลักถูกบุกรุกทำตัดไม้และเผาทำลาย

มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ร่วมส่วนบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่2 กับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม ศูนย์พัฒนาขนบทผสมผสานกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนในพื้นที่นักเรียน กว่า 200 คน ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกพันธุ์กล้า ไม้ ประกอบด้วย ยางแดง ตะเคียนทอง สะเดาเทียม กระถินเทพา พะยอม รวมกว่า 2,000 ต้น ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าในช่องตะวันตก ถนนสายสาม หมู่ที่ 1 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ เนื้อที่ กว่า20 ไร่ หลังจากถูกบุกตัดไม้และเผาทำลายได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ ได้ตระหรนักถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ เกิดจิตสำนึกหวงแหน และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และยังเป็นการฟื้นฟูสภาพป่าภายหลังจากที่ถูกทำลายอย่างหนัก เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากสาเหตุการบุกรุกแผ้วถางและเกิดไฟไหม้ป่า ให้กลับคืนสภาพดังเดิม นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกป่าเพื่อสนองพระราชดำริในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ -วายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถด้วย

ข้อมูลจาก...Krabi United.com

จังหวัดกระบี่เปิดฝึกอบรมโครงการบ่มเพาะบุคลากรด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการเปิดหลักสูตร “พนักงานบริการส่วนหน้าของโรงแรม, พนักงานแม่บ้านของโรงแรม, พนักงานประกอบอาหารไทยและอาหารต่างชาติ และพนักงานผสมเครื่องดื่ม ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดกระบี่ ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่าจากสภาพปัญหาการขาดแคลนแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดแถบชายฝั่งอันดามัน ซึ่งการท่องเที่ยวในจังหวัดเหล่านี้จะมีช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและช่วงปิดฤดูกาลท่องเที่ยวที่ชัดเจน คือ ช่วง High Season และช่วง Green Season ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วง Green Season ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคมของทุกปีสถานประกอบการส่วนใหญ่จะชะลอการทำงาน สำหรับแรงงานที่ไม่มีคุณภาพ จำเป็นต้องเตรียมหางานใหม่และมีสถานประกอบการบางส่วนจะปิดกิจการในฤดูกาลนี้ ทำให้กำลังแรงงานต้องดิ้นรนหางานทำใหม่ ในฤดูช่วง High Season ซึ่งสถานประกอบการต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของ บุคลากร และรักษาบุคลากรระดับปฏิบัติไว้ในระบบธุรกิจ และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และแรงงานที่จะถูกเลิกจ้างในช่วง Green Season นอกฤดูกาลท่องเที่ยวไว้ให้เพื่อสถานประกอบการได้มีกำลังแรงงานที่มีคุณภาพไว้ใช้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไว้พร้อมกับสร้างแรงงานใหม่ควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของพื้นที่ต่อไปเพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวและเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ( High Season ) สาขาอาชีพที่ดำเนินการและจำนวนผู้เข้าฝึกอบรม 225 คน มี 5 หลักสูตร 9 รุ่น - พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน - พนักงานบริการส่วนหน้าของโรงแรม จำนวน 50 คน - พนักงานแม่บ้านของโรงแรม จำนวน 50 คน - พนักงานประกอบอาหารไทยและอาหารต่างชาติ จำนวน 50 คน - พนักงานผสมเครื่องดื่ม จำนวน 25 คน


ข้อมูลจาก :: อำนวย ใจเกลี้ยง ส.ปชส.กระบี่

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ตำรวจกระบี่ รวบเจ้ามือรับพนันบอลโลก 2 ราย ลูกค้า 1 คน พร้อมของกลางเงินสดกว่า 1 หมื่นบาท


วันที่ 25 มิถุนายน 53 พ.ต.อ.บุญทวี โตรักษา รอง ผบก.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.อ.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.ท.สมบัติ แสวงสุข รอง ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ ร.ต.อ.เรืองวิทย์ ช่วยเอี่ยม รอง สว.กก.สส.ภ.จว.กระบี่ และ ร.ต.ท.จตุพร คงทะเล รอง สว.สส.สภ.อ่าวลึก ได้ร่วมกันจับกุม นายธนดล ศรีกลม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 ม.3 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมด้วยของกลาง โพยทายผลฟุตบอลต่างประเทศ(บอลโลก) จำนวน 5 แผ่นเงินสด 200 บาท

ทั้งนี้ ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ที่บ้านเลขที่ 30/53 ม.4 ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายกาแฟ และมีการเปิดรับแทงพนันบอลโลกภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง ขณะนั่งรับโพยแทงบอลจากลูกค้า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก พนันเอาทรัพย์สินกันโดยมิได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

ส่วนอีกราย ได้จับกุมนายเกษม จุลทั้งสี่ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.14 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และนายเดชา ปราบเภท อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 80 ม.5 ต.คลองพล อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมโพยทายผลพนันฟุตบอลต่างประเทศ หรือบอลโลก 2010 จำนวน 2 ใบ เงินสด 11,800 บาท ใบอัตราต่อรองฟุตบอล จำนวน 9 ใบ โดยจับกุมได้ที่บ้านของนายเกษม ซึ่งเปิดเป็นร้ายขายของชำ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีนายเกษม รับเป็นเจ้ามือรับกินรับจ่าย นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข้อมูลจาก : Krani United.com

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียนและเงินช่วยเหลือผู้พิการ กว่า 1 แสนบาท

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เขตอำเภอเมืองกระบี่มอบทุนการศึกษา สนับสนุนอุปกรณ์การเรียนและเงินช่วยเหลือผู้พิการ กว่า 1 แสนบาท เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2553 ที่โรงเรียนบ้านเขาทอง ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ นายวีรวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสมควร จงอักษร รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษากระบี่ นายอมต ภูมิภมร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เขต อำเภอเมืองกระบี่ ผู้นำชุมชน ในพื้นที่ตำบลเขาทอง ร่วมมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน จำนวน 100 ทุน จาก3 โรงเรียนในพื้นที่ตำบลเขาทอง ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า โรงเรียนบ้านเขาทอง และโรงเรียนบ้านคลองทราย และมอบเงินช่วยเหลือผู้พิการในพื้นที่ตำบลเขาทองจาก 6 หมู่บ้าน รวม 50 ทุน และนาย อมต ภูมิภมร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เขต อำเภอเมืองกระบี่ มอบเครื่องถ่ายเอกสาร มูลค่า 4 หมื่นบาท ให้กับโรงเรียนบ้านเขาทอง สำหรับทุนการศึกษาที่มอบให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน เงินช่วยเหลือผู้พิการ และ เครื่องถ่ายเอกสาร ที่มอบในครั้งนี้ รวม เป็นเงินจำนวน 1,150,000 บาท โดยได้การสนับสนุน จาก นายอมต ภูมิภมร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เขต อำเภอเมืองกระบี่ ซึ่งเป็นเงินประจำตำแหน่ง สจ.โดยได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียน และเงินสนับสนุนผู้สูงอายุ ผู้พิการ ในพื้นที่ตำบลเขาทอง และตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่ หมุนเวียนสลับกัน เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตลอดมา


ข้อมูลจาก :: อำนวย ใจเกลี้ยง ส.ปชส.กระบี่

มูลนิธิโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 ลงนามสัญญาการก่อสร้างอาคารอำพล วัชรพล โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 (บ้านคลองขนาน)

วันที่ 24 มิถุนายน 2553 ที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากระบี่ ได้มีพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างอาคารกำพล วัชรพล โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 (บ้านคลองขนาน ) ระหว่างนายกฤษดา มนต์ภาณวงค์ ประธานมูลนิธิโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 (บ้านคลองขนาน) กับนายวัฒนา ฉัตรานุสรณ์ ผู้รับจ้าง มีนายวิเชน โภชนุกูล เลขาธิการมูลนิธิไทยรัฐ นายสวาสดิ์ ขนานใต้ ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ลงนามเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ มี นายสมควร จงอักษร นายสมศักดิ์ กีรติดนัยกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากระบี่ กรรมการโรงเรียน ผู้นำชุมชน คณะครู ผู้บริหารโรงเรียนเครือข่าย กว่า 50 คน ร่วมพิธี ด้วยงบการก่อสร้าง 3,500,000 บาท จากมูลนิธิไทยรัฐ

นายวิเชน โภชนุกูล เลขาธิการมูลนิธิไทยรัฐ กล่าวว่า การจัดสร้างอาคารกำพล วัชรพล จะจัดสร้างด้วยเงินของมูลนิธิไทยรัฐ จำนวนเงิน 3,500,000 บาท โดยทำการโอนเงินให้ทางมูลนิธิโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 เพื่อดำเนินการ ให้เป็นไปตามสัญญาการว่าจ้าง ซึ่งกำหนดการสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 100 วัน เป็นอาคารทดแทนอาคารเรียน หลังเก่า แบบ ป.1 ก จำนวน 3 ห้องเรียน อายุ 34 ปี ที่ชำรุด และต้องรื้อถอน สร้างใหม่เป็นอาคารเรียน แบบสปช.105/26 ใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 2 ชั้น จำนวน 8 ห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนได้มีที่เรียนที่แข็งแรงปลอดภัยและ เพียงพอ

ด้านนายสวาสดิ์ ขนานใต้ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 (บ้านคลองขนาน) กล่าวว่า โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 เดิมชื่อโรงเรียนบ้านคลองขนาน มีเนื้อที่ 19 ไร่ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2491 โดยราษฎรหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 ปี พ.ศ. 2529 มูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้ก่อสร้างอาคาร สปช. 105/26 ให้ 1 หลัง 4 ห้องเรียน เป็นเงิน 1,078,488 บาท และมอบเงินเพิ่มเติม อีก 200,000 บาท เพื่อจัดตั้งมูลนิธิโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53 (บ้านคลองขนาน) และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 53

ปีการศึกษา 2553 ทางโรงเรียนได้ทำการรื้อถอนอาคารเรียน 1 หลัง 3 ห้องเรียน อายุ 34 ปี ที่ชำรุด และได้รับขอรับการสนับสนุนจากมูลนิธิไทยรัฐ 3.5 ล้านบาท ในการจัดสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ และตั้งชื่อว่า อาคารกำพล วัชรพล ปัจจุบันโรงเรียนทำการเปิดสอนระดับอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 326 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 18 คน ทางโรงเรียนได้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนปฐมวัยต้นแบบ และ ศูนย์อีริค(ภาษาอังกฤษ) ประจำอำเภอคลองท่อม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากระบี่

ข้อมูลจาก : Krabi United.com

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ เก็บตัวอย่างอาหารประเภทกะปิ เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพมาตรฐานด้านสี เพื่อควบคุมกำกับให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ท้องตลาด


นายแพทย์จิรพันธิ์ เต้พันธุ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ โดยกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาล ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างอาหารประเภทกะปิ เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพมาตรฐานด้านสี เพื่อควบคุมกำกับให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ท้องตลาด ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยเก็บตัวอย่างจากสถานที่ผลิตกะปิ ในจังหวัดกระบี่ จำนวน 5 ราย ส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ตรัง เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 ผลดังนี้ รายชื่อสถานที่ผลิตกะปิที่ตรวจพบสีย้อมผ้า (ชนิดสีโรดามีน บี)1. กะปินิตยา (เลขที่ 196บ้านคลองไคร หมู่ 10 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่) 2. กะปิคุณมาลี (เลขที่ 99 หน้าค่าย หมู่ 9 ต.คลองท่อม อ.คลองท่อม จ.กระบี่)3. กะปิจ๊ะเสี๊ยะ (เลขที่ 55/3 หมู่ 10 บ้านคลองไคร ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่) รายชื่อสถานที่ผลิตกะปิที่ตรวจพบสีผสมอาหาร1. กะปิมารียาม (เลขที่ 42 หมู่ 4 ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ ) รายชื่อสถานที่ผลิตกะปิที่ตรวจไม่พบสี1. กะปิจะแอ็ด (เลขที่ 55/1 บ้านคลองไคร ม.10 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่) ทั้งนี้กะปิเป็นอาหารที่ห้ามใส่สี ไม่ว่าจะเป็นสีผสมอาหารหรือสีย้อมผ้าก็ตามซึ่งตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ไม่อนุญาตให้นำสีย้อมผ้ามาผสมในอาหารอย่างเด็ดขาด เนื่องจากในสีย้อมผ้ามีโลหะหนักจำพวกตะกั่ว ปรอท และสารหนู ปนเปื้อน

หากรับประทานเข้าไปจะสะสมไว้ในร่างกายจนมีปริมาณมาก จะทำให้มีอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ความจำเสื่อม ชีพจรเต้นช้า อุจจาระร่วง และเป็นมะเร็ง ส่วนอันตรายที่เกิดจากสีย้อมผ้า จะทำให้เกิดมะเร็งที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยเฉพาะที่กระเพาะปัสสาวะลำไส้ และกระเพาะอาหาร ซึ่งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายจะมีความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรา 25(1) พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ซึ่งกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ การฝ่าฝืน มีโทษตามมาตรา 58 กล่าวคือ ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นหากผู้บริโภคเลือกซื้อกะปิ ควรสังเกตสีของกะปิ กล่าวคือ ควรเป็นสีธรรมชาติ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ หรือโทร 075-630148

ข้อมูลจาก :: อำนวย ใจเกลี้ยง ส.ปชส.กระบี่

งานรักอ่าวลึก รักษ์ธรรมชาติ สร้างความตระหนักและภาคภูมิใจในวิถีธรรมชาติแห่งอ่าวลึก


นายประสิทธิ์ ภูชัชวนิชกุล นายอำเภออ่าวลึก เปิดเผยว่าการจัด งานรักอ่าวลึก รักษ์ธรรมชาติ เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง จังหวัดกระบี่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ สมาคม ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และอำเภออ่าวลึก ซึ่งเป็นการ นำเสนอรูปธรรมความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวในอ่าวลึกที่ธรรมชาติ ได้สร้างสรรค์ไว้ให้เป็นสมบัติที่ล้ำค่าของชาวอ่าวลึก และชาวโลก ในรูปแบบของนิทรรศการภาพถ่ายแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วิถีชีวิต ของคนอ่าวลึกและกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งสื่อให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ เพื่อจะสร้างความตระหนักให้รู้สึกรักและหวงแหนในทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแล้วแปรเป็นพลังในการปกป้องรักษาให้ยังคงงดงามตามธรรมชาติให้ยั่งยืนตลอดไป

นายอำเภออ่าวลึก กล่าวต่อไปว่านอกจากการแสดงนิทรรศการภาพที่สื่อถึงพลังสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆแล้วยังมีกิจกรรมต่างๆประกอบด้วย

- การพัฒนาคนท้องถิ่น โดยการฝึกอบรมไกด์ท้องถิ่น

จากชุมชนต่างๆ ประมาณ 40 คน จากวิทยากรมืออาชีพโดยได้รับความร่วมมือจาก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดกระบี่ และภาคเอกชน

- การฝึกอบรมการทำการเงินและบัญชีให้กลุ่มอาชีพที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยว เช่นกลุ่ม OTOP กลุ่มอาชีพต่างๆ โดยวิทยากรจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดกระบี่

- ถนนคนเดินในรูปแบบตลาดพื้นบ้าน ตลาดย้อนยุคของคนอ่าวลึก

- การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านคนอ่าวลึก

- การแสดงดนตรีร่วมสมัยสไตล์อันดามัน

โดยไฮไลต์ของงานรักอ่าวลึก รักษ์ธรรมชาติ จะอยู่ในวันที่ 12 สิงหาคม 2553 ซึ่งจะมีการเปิดศูนย์แสดงภาพ รักอ่าวลึก รักษ์ธรรมชาติ ถนนคนเดิน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และผู้มาร่วมในงานจะได้ร่วมกันแสดงพลังในการจุดเทียนชัย ถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินีด้วย

ข้อมูลจาก..ปชส.กระบี่

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ตำรวจกระบี่รวบพ่อค้ายาบ้าได้ของกลางเกือบพันเม็ด


วันที่ 23 มิ.ย.53 พ.ต.ท.สุขเกษม นครวิไล รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกระบี่ ร.ต.อ.ถาวร ศรีปล้อง รอง สวป. หัวหน้าชุดไล่ล่า พร้อมเจ้าหน้าที่แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้า ได้ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายเกษม ชราขวาน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/2 ม.2 ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และนายกาหรีม แววนกยูง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.1 ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยของกลางยาบ้าชนิดเม็ดจำนวน 800 เม็ด และยาบ้าที่พองตัวเป็นผงหนัก 58.5 กรัม รถยนต์กระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 3264 กระบี่ เงินสด 5,700 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ตำรวจชุดไล่ล่าได้จับกุมนายสุริยัน คลองรั้ว พร้อมยาบ้าจำนวน 1 เม็ด จากนั้นผู้ต้องหาให้การว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากผู้ค้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหาทั้งสอง โดยนัดส่งมอบยาบ้ากันที่ริมถนนสายหนองทะเล – คลองม่วง หมู่ที่ 2 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงตนและจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 200 เม็ด จากนั้นขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านของนายเกษมที่ อ.อ่าวลึก พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในกระสอบบนขื่อบ้านได้ของกลางอีก 600 เม็ด

และพบว่าบางส่วนเปียกชื้นและเป็นผงหนัก 58.5 กรัม เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่าได้รับยาบ้ามาจากผู้ค้ารายหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ โดยติดต่อซื้อครั้งละ 2,000 เม็ด จากนั้นจะมีผู้เดินทางมาส่งให้ที่ อ.อ่าวลึก เพื่อให้จำหน่ายต่อ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่าย จากนั้นนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข้อมูลจาก..ผูจัดการ ออนไลน์

แค้นเพื่อนยืมรถไม่ส่งคืน คนงานก่อสร้างที่กระบี่เมาโหดทุบหัวฆ่าเพื่อน 2 ศพ

วัที่ 24 มิ.ย.53 ร.ต.ท.จรัญ แนบเพชร ร้อยเวรสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีเหตุคนถูกทำร้ายเสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดที่หมู่บ้านริมชล หมู่ที่ 7 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรพล ทิพย์เจริญ ผกก. พ.ต.ท.สุขเกษม นครวิไล รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.วิทยา เมฆใส รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ชัชวาล นิลจันทร์ สว.สส. ร.ต.ท.สัญญา ธรรมรัตน์ รอง สว.สส. แพทย์เวรโรงพยาบาลกระบี่ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุข

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในอาคารพาณิชย์ 3 คูหาซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยที่หน้าอาคารพบศพผู้เสียชีวิตนอนอยู่ 2 ศพ เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อจริง ทราบเพียงชื่อเล่นคือนายมิตร และนายลัก อายุประมาณ 40 ปี โดยทั้ง 2 คนนอนคว่ำหน้า มีบาดแผลฉีกขาดจากการถูกของแข็งกระแทกตามศีรษะ และลำตัวหลายแห่ง เลือดไหลนองที่เกิดเหตุ ส่วนในที่เกิดเหตุห่างจากศพ 1 เมตรพบไม้ท่อนนั่งร้านยาวประมาณ 1 เมตรเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 อัน คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ในการสังหารทั้ง 2 คน

สอบสวนนางสร้อย เมืองสุข อายุ 39 ปี คนงานก่อสร้าง อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.3 ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งมีเลือดติดตามเสื้อผ้าและอยู่ในอาการเมา ได้ให้การเบื้องต้นต่อเจ้าหน้าที่ว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุชื่อนายธงชัย พลคำ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183 ม.6 ต.สีชมพู อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย ซึ่งเป็นสามีของตนเองขณะเกิดเหตุได้นั่งดื่มเหล้ากัน 4 คน จากนั้นสามีได้เกิดทะเลาะกับผู้ตายทั้ง 2 เรื่องที่ทั้ง 2 คนยืมรถจักรยานยนต์ของสามีกลับไปบ้านที่หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ แล้วไม่ยอมส่งคืนหลายครั้ง จากนั้นได้เกิดการชกต่อยกันขึ้น สามีได้ใช้ไม้ท่อนตีทั้ง 2 คนจนเสียชีวิต จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไป

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามคนร้ายรายนี้ และตามไปจับกุมได้ที่หน้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1 หมู่ที่ 2 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง ขณะยืนอยู่ริมถนนสายเพชรเกษม เพื่อเตรียมขึ้นรถหลบหนี โดยให้การว่าหลังก่อเหตุได้ไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างมาลงที่หน้าโรงเรียน เพื่อเตรียมขึ้นรถโดยสารไปลง จ.ตรัง แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวมาควบคุมที่สภ.เมืองกระบี่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข้อมูลจาก..ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สสจ.กระบี่ ร่วมกับสำนักควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตำรวจภูธรเมืองกระบี่ ระวังการละเมิดกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่


ที่โรงพยาบาลกระบี่ นายแพทย์ สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประธานประชุม คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินการเฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ สรรพสามิตพื้นที่กระบี่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช และตัวแทนสื่อมวลชน

นายแพทย์ สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายร่วมประชาสัมพันธ์กฎหมายดังกล่าวอย่างเข้มข้น แต่ยังพบการฝ่าฝืนกฎหมาย การออกเฝ้าระวังครั้งนี้เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์ และบรรลุวัตถุประสงค์ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังกล่าว

สำหรับในพื้นที่จังหวัดกระบี่ตรวจพบบริษัทตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลักษณะค้าส่ง กระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มาตรา 32) (มาตรา 43) ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งทางสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้กล่าวโทษร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จำนวน 2 ราย และได้ตรวจเตือนร้านอาหารที่กระทำผิดในลักษณะเช่นเดียวกัน จำนวน 6 ราย

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

อบจ.กระบี่จัดพิธีบวงสรวงและสมโภชน์เฉลิมฉลองพญาภุชงค์นาคราช


อบจ.กระบี่ ร่วมกับชมรมพฤกษาอันดามัน จัดพิธีบวงสรวงและสมโภชน์เฉลิมฉลองพญาภุชงค์นาคราช (ปู่ภุชงค์นาคราช) ระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.-1 ก.ค.53 ณ ลานพระอาทิตย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เชิญชมมหกรรมสินค้า และมหรสพมากมาย

ข้อมูลจาก : Krabi United.com

ผู้ว่าฯกระบี่ สั่งอุตสาหกรรมส่งหนังสือแจ้งให้กระทรวงทบทวนการระเบิดหินเขาหน้าวังหมี



นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า การระเบิดเขาหน้าวังหมี ตนได้ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้เรียกหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ และประสานไปทางสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต เพื่อประชุมหารือถึงการพบวัตถุโบราณในพื้นที่หมู่ที่ 2 และ 3 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ และการสัมปทานบัตรระเบิดหินในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากวัตถุโบราณที่ค้นพบมีอายุหลายพันปี และพื้นที่ยังทับซ้อนกับการระเบิดหิน ซึ่งอาจเป็นการทำลายสภาพพื้นที่ด้วย โดยมี ร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ นักโบราณคดี สำนักศิลปกรที่ 15 ภูเก็ต เดินทางมาร่วมหารือ

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า หลังรับทราบการยืนยัน และทราบว่า มีการแจ้งจากกรมศิลปกร ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ก็ได้ให้ศูนย์ดำรงธรรมและอุตสาหกรรมจังหวัด ทำหนังสือไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อแจ้งให้ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่แหล่งโบราณวัตถุ โบราณสถาน ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมได้พิจารณาถึงประเด็นดังกล่าวว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ โดยเฉพาะการยกเลิกสัมปทาน หรือวิธีการดำเนินการใดๆ กับเรื่องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้สอบถามหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ซึ่งทางส่วนราชการต่างๆ แจ้งว่า ต้องการให้ทางกรมศิลปากรยืนยันความเป็นแหล่งโบราณคดี โดยการให้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ดังกล่าว ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และขณะนี้อยู่ในช่วงการฟ้องร้องเรื่องอยู่ในชั้นศาล ซึ่งควรรอการตัดสินจากศาลปกครองด้วย ขณะเดียวกัน ทาง ร.อ.บุญฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ได้แจ้งให้ที่ประชุม และทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ทราบว่า ที่ผ่านมา ได้มีการยืนยันจากกรมศิลปากรชัดเจนแล้วว่า พื้นที่ดังกล่าวและใกล้เคียงนั้นเป็นแหล่งโบราณ ซึ่งมีการสำรวจขุดค้นมา และทางกรมศิลปากรก็ได้แจ้งความเอาผิดกับบริษัทที่สัมปทานระเบิดหินไปแล้วด้วย

ร.อ.บุญฤทธิ์ กล่าวว่า การระเบิดหินเขาหน้าวังหมี อาจจะถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 32 แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 กำหนดไว้แล้ว แต่ที่ไม่ประกาศขึ้นทะเบียนเพราะเป็นแค่ความแตกต่างเรื่องของโทษ และการดูแลรักษาเท่านั้น แต่เมื่อมาขุดค้นพบ และยืนยันจากกรมศิลปากรว่าเป็นแหล่งโบราณก็จะต้องมีการคุ้มครองตามกฎหมาย แม้ว่าผู้ได้สัมปทานจะได้มาก่อน แต่เมื่อมีการพบเจอวัตถุโบราณและมีการยืนยันก็ต้องยุติการดำเนินการใดๆ ในพื้นที่

.อ.บุญฤทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการพิจารณาของจังหวัดโดยเฉพาะทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เกี่ยวกับกรณีของเขาหน้าวังหมี ซึ่งถือเป็นแหล่งโบราณสถานที่สำคัญอีกพื้นที่หนึ่ง เพราะมีการขุดค้นพบวัตถุโบราณ เช่น หม้อสามขา หม้อลายเชือกทาบ รวมทั้งเครื่องใช้อื่นๆ ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของมนุษย์โบราณยุค 3-6 พันปี และเชื่อมโยงไปยังการค้นพบในตำบลเดียวกันเกี่ยวกับโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุ หลายพันปีด้วย

สำหรับการให้สัมปทานระเบิดหินของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น เริ่มมีดำเนินการขอประทานบัตรเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2538 ตามคำขอเลขที่ 40/2538 โดย นายชัยวัล อัศวศิริสุข ต่อมาทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งหินเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2539 ซึ่งเป็นการประกาศแหล่งหินหลังจากมีการขอสัมปทานบัตร ทำให้กลายเป็นประเด็นถกเถียง ต่อมาทางกรมศิลปากรได้มีหนังสือแจ้งต่อกระทรวงอุตสาหกรรม และแจ้งไปยังทรัพยากรธรณีจังหวัดตรัง ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งโบราณคดีจะต้องมีการอนุรักษ์ไว้และรอการขึ้นทะเบียนตามหนังสือที่ ศธ 0719.19/423 ลงวันที่ 9 เมษายน 2539 แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในขณะนั้น

ต่อมาได้มีการพิจารณาตามขั้นตอน จนกระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในสมัยนั้น ได้อนุญาตให้ประทานบัตรแก่ผู้ขอ ตามประทานบัตรระเบิดหินเลขที่ 23905/15645 ให้ดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2547 ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2557 รวมระยะเวลา 10 ปี และต่อมานายชัยวัล ได้ให้ บริษัท นายเหมือง จำกัด รับช่วงดำเนินการต่อ และอนุญาตให้เปิดเหมืองวันที่ 9 กรกฎาคม 2551

อย่างไรก็ตาม หลังการอนุญาตให้มีการเปิดเหมือง ปรากฏว่า มีการคัดค้านอย่างต่อเนื่องในหลายประเด็น ตั้งแต่การให้สัมปทานที่บริษัทดังกล่าวอ้างว่าอยู่ในท้องที่หมู่ที่ 7 ต.ทับปริก แต่ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.ทับปริก คือ นายบุญฤกษ์ เต้บำรุง ได้คัดค้านว่าอยู่ในหมู่ที่ 2 ต.ทับปริก นอกจากนั้นก็มีประเด็นที่ชาวบ้านเดือดร้อนจากการระเบิด ทั้งฝุ่น และเศษหิน ที่ปลิวมาตกใส่บ้านและการระเบิดไม่ตรงต่อเวลา จนมีการร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร

ที่สำคัญคือ การเป็นพื้นที่แหล่งโบราณคดี โบราณสถาน ที่กรมศิลปากรได้มีหนังสือยืนยันเพิ่มเติมที่ วธ 0429/10 ลงวันที่ 6 มกราคม 2552 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ แต่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เคยได้รับ และหนังสือที่ วธ 0401/502 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 แจ้งอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ว่ามีความสำคัญมากในทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และหากย้อนกลับไปที่หนังสือที่ ศธ 0719.19/423 ลงวันที่ 9 เมษายน 2539 ก็ได้ยืนยัน โดยการลงสำรวจและอ้างอิงจากหลักฐานการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ และสภาพเขาหินปูนที่วัดค่าได้มากกว่า 43,000 ปี

และยืนยันว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้มีเอกสารแนบเพิ่มเติมจากจดหมายการสำรวจขุดค้นของมหาวิทยาลัย บราวส์ สหรัฐอเมริกา โดย ศาสตราจารย์ ดักลาส และ ดร.วรรณี แอนเดอร์สัน เมื่อปี 2522 และปี 2528 จนปัจจุบันนี้มีการฟ้องร้องเรื่องอยู่ในชั้นศาลแล้วด้วย

ข้อมูลจาก..ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เทศบาลเมืองกระบี่ จัดประกวดวงดนตรี มิวสิค คอนเทส 2010 เพื่อให้เป็นเวทีคนกล้าคิด กล้าแสดงออก และถ่ายทอดเป็นพลังดนตรีอย่างสร้างสรรค์


นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาคน สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ซึ่งประกอบด้วย 8 แนวทางการพัฒนา คือการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยที่ดี การยกระดับด้านสุขาภิบาล การพัฒนาส่งเสริมการศึกษา การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การสังคมสงเคราะห์ การรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมทั้งการพัฒนาส่งเสริมจัดให้มีกีฬา นันทนาการ และการเสริมสร้างวินัย คุณธรรมจริยธรรม และเพื่อจัดให้มีกิจกรรมนันทนาการ การเสริมสร้างเวทีให้เยาวชนเป็นคนกล้าคิด กล้าแสดงออก และถ่ายทอดเป็นพลังดนตรี โดยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เทศบาลเมืองกระบี่ ได้จัดให้มีการประกวดดนตรีในเวทีถนนคนเดิน มิวสิค คอนเทส 2010 เมื่อวันที่ 18,19 มิถุนายน ซึ่งมีวงดนตรีเข้าประกวดทั้งหมด 19 ทีม ประกอบด้วย ทีมรุ่นไม่เกิน 15 ปี จำนวน 11 ทีม ทีมรุ่น 16 ปีขึ้นไป จำนวน 8 ทีม

สำหรับทีมชนะเลิศรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ ทีมอีโวต้า จากโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล ได้รางวัล 4,000 บาท สำหรับทีมทีชนะเลิศ รุ่นอายุ 16 – 20 ปี ได้แก่ ทีมสาระดี จากโรงเรียนเทคนิคพานิชยการนครกระบี่ และสำหรับทีมที่ได้รับรางวัล ปอปปูลา โหวต ทีมจากประชาชน ถนนคนเดิน ได้แก่ทีม อีโวต้า จากโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล และนอกจากนั้น การประกวดดนตรีมิวสิค คอนเทส จะมีการจัดเป็นประจำทุกปี เพื่อให้กลุ่มเยาวชน ได้แสดงถึงพลังความสามัคคี และการแสดงออกทางดนตรี เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการประกอบอาชีพ ทางด้านดนตรีต่อไปด้วย

ข้อมูลจาก :: อำนวย ใจเกลี้ยง ส.ปชส.กระบี่

จังหวัดกระบี่ จัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก ภายใต้ชื่องานคนกระบี่มีสุขกับชีวิต ปลอดยาเสพติด ปราศจากความรุนแรง


นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งประเทศไทย ได้ร่วมกิจกรรมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2531 จนถึงปัจจุบัน และจังหวัดกระบี่ได้จัดงานนี้ขึ้นวันที่ 26 มิถุนายน ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ตามแผนปฎิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืนภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน คือ รั้วชุมชน คือ หมู่บ้านและชุมชนที่เข้มแข็งย่อมช่วยในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ รั้วโรงเรียน ที่ทุกสถาบันการศึกษามีครูเป็นกลไกที่สำคัญ ที่จะอบรมและปลูกฝังนักเรียนให้ปลอดจากสารเสพติดรั้วครอบครัว ซี่งครอบครัวที่เข้มแข็ง ย่อมส่งผลให้บุตรหลานหลีกห่างจากยาเสพติด รั้วชายแดน ซึ่งมีหน่วยงานหลักในการสกัดกั้น พร้อมทั้งรั้วสังคม มีภารกิจที่สำคัญ คือ การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการและจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดึงเยาวชนให้ไกลจากยาเสพติด นอกจากนั้น มีการจัดการประกวดกิจกรรม To be numberone การจัดบูธแสดงผลงาน การรวมพลังปฎิบัติงานแก้ไขปัญหายาเสพติด การมอบธงหมู่บ้านสีขาว พร้อมทั้งมีการเดินขบวนพาเหรด รณรงค์ และกล่าวคำปฎิญาณต่อต้านยาเสพติด.

ข้อมูลจาก :: วาสนา บัวทอง สวท. กระบี่

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่ มีความประสงค์จะทำการสอบราคาเช่ารถยนต์

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่ มีความประสงค์จะทำการสอบราคาเช่ารถยนต์โดยสารขนาดไม่น้อยกว่า 11 ที่นั่ง (ดีเซล) จำนวน 1 คัน ระยะเวลาในการเช่า 3 ปี ยื่นซองสอบราคาในวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ผู้สนใจขอรับเอกสารสอบราคาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2553 หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0-7561-1654 0-7561-1654 และ 0 -7561 – 2109 0 -7561 – 2109 ในวันและเวลาราชการ
ข้อมูลจาก :: อำนวย ใจเกลี้ยง ส.ปชส.กระบี่

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ส.ส.สาคร เจอหลักฐาน ยันเขาหน้าวังหมี เป็นแหล่งโบราณสถาน เชื่อข้าราชการหมกเม็ดปกปิดข้อมูล พร้อมทำเรื่องให้กระจ่างหาคนผิดมาลงโทษ


นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรค ปชป.ได้เปิดเผยว่า ตามที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวมาตลอด เรื่องการสัมปทานระเบิดหินเขาหน้าวังหมี ม.2 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ และได้ทราบข้อมูลใหม่มาแล้ว รู้สึกผิดหวังกับหน่วยงานราชการมาก ที่ไม่ได้มีการกระทำ หรือจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อปกป้องประโยชน์ที่คนรุ่นหลังจะได้เก็บไว้ศึกษาเพื่อจะได้ทราบถึงความเป็นมาในวิถีชีวิตของบรรพบุรุษ ว่า ในครั้งโบราณได้มีวิถีชีวิตอย่างไรบ้าง มีวัตถุสิ่งใดบ้างที่ใช้ในการดำเนินชีวิต เป็นสิ่งที่น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง และจาการที่ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนได้รับแต่คำร้องเรียนว่าชีวิตอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวอันตราย ทั้งหวาดกลัวในชีวิต หวาดกลัวในสุขภาพ เสียงระเบิดที่ดังได้สร้างความช้ำให้ชาวบ้านเป็นอย่างมากที่ดูเหมือนไม่มีหน่วยงานใดมาเหลียวแล

นายสาคร กล่าวด้วยว่า ข้อมูลที่ได้มาเป็นการแสดงถึงความชัดเจนว่า เขาหน้าวังหมี หมู่ที่ 2 ต.ทับปริก อ.เมือง เป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งเป็นการพิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการการวิชาการเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน ซึ่งเป็นการพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า เป็นพื้นที่โบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีความสำคัญร่วมกับแหล่งอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงในเขตจังหวัดกระบี่ และในกลุ่มเทือกเขาหินปูนในเขตจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง จึงเป็นแหล่งโบราณสถาน เป็นหนังสือฉบับ ที่ วธ 0429/10 ลงวันที่ 6 มกราคม 2552 คนที่ลงนามคืออธิบดีกรมศิลปกร (นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต) ที่แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่หน่วยงานราชการกลับอ้างมาตลอดว่าไม่เคยเห็นหนังสือ

“ความชัดเจนในหนังสือน่าที่จะดำเนินการได้แล้วแต่ก็ปล่อยให้เวลาผ่านมานับปี เสียงระเบิดก็ยังดัง หรือว่าทางหน่วยงานที่รับผิดชอบค่อยออกมาจัดการกับบุคคลที่กระทำความผิดในเวลาที่ความเป็นโบราณสถานหมดไปพร้อมกับเสียงระเบิด ผมแนะนำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ถ้าคุณคิดว่าโบราณสถานโบราณวัตถุไม่สำคัญใดๆ เลย ปล่อยให้ระเบิดดัง หินตกใส่ชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บก็ช่าง ตายก็ช่าง ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ที่ได้รับความเดือดร้อน จะต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือใคร ผมคิดว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็หนักหน่อยเพราะมีกฎหมายบังคับให้ท่านปฎิบัติแต่ท่านไม่ปฏิบัติ ซึ่งเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”

นายสาคร กล่าวด้วยว่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่า เหตุการณ์ทั้งหมดควรหรือไม่ที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอยู่ และหากว่าใครจะกลับใจก็ยังทัน มาร่วมมือปกป้องประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและในอาทิตย์นี้ จะเข้าพบ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อชี้แจงปัญหาต่างๆ ให้รัฐมนตรีได้ทราบเพื่อหาทางดำเนินการต่อไป ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า ท่านรัฐมนตรีเป็นนักกฎหมายจะเห็นด้วยกับผมที่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย และว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการคนหนึ่งคนใดในศาลากลางจังหวัดกระบี่ หมกเม็ดหนังสืออย่างแน่นอน ซึ่งตนจะทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง

ข้อมูลจาก..ผู้จัดการ ออนไลน์

เผยมติสมาพันธ์ อบจ.14 จังหวัดสัญจรครั้งแรกที่จังหวัดกระบี่ เตรียมทำหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี



นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกอบจ.กระบี่ ประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ เผยการลงมติหลังการประชุม นายกอบจ. ประธานสภาอบจ. ปลัด อบจ. บุคลากร สมาชิกสภาอบจ.ทั้ง 14 จังหวัดและบุคลากรจากองค์กรภาคได้ จำนวนกว่า 80 คน เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่าเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาด้านการบริการสาธารณะให้สอดคล้องในทิศทางเดียวกัน เกิดวิสัยทัศน์ร่วมกันของเครือข่ายภาคใต้ในการกำหนดนโยบาย ระเบียบ กฎหมาย วิธีปฏิบัติข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดระบบบริการสาธารณะด้านต่างๆให้ประชาชนในท้องถิ่นและสังคมในภาคใต้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

โดยข้อสรุปที่เป็นมติร่วมกันที่เร่งดำเนินการกล่าวคือ การจัดเก็บภาษีน้ำมันและภาษีบำรุงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสำหรับยาสูบ มติเห็นชอบให้จัดเก็บจากคลังน้ำมันจากเดิมจัดเก็บจากสถานค้าปลีก ในอัตราจัดเก็บลิตรละ 4.54 บาทเท่าเดิมโดยตั้ง นายก อบจ. 6 จังหวัดเป็นคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางเก็บภาษีนำมันจากคลังน้ำมัน โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดิอน ส่วนการภาษีบำรุงอบจ.สำหรับยาสูบเนื่องจากมีบุหรี่ข้ามเขตจังหวัดมากและภาษีบุหรี่ต่างประเทศซึ่งหลีกเลี่ยงภาษีให้ อบจ.นครศรีธรรมราชขอข้อมูลจากสรรพสามิตและสรรพากรเกี่ยวกับบุหรี่เข้ามาจำหน่ายในแต่ละจังหวัดและศึกษาข้อกฎหมายเพื่อดำเนินการแก่ผู้ประกอบการที่เลี่ยงภาษี

เรื่องการจัดสรรเงินอุดหนุนรัฐบาลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2554 มีมติให้ อบจ. ทั้ง 14 จังหวัดมีหนังสือถึงประธานสมาพันธ์เพื่อยื่นต่อนายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย เพื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรี ให้ทบทวนการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติม เนื่องจาก อบจ.ภาคใต้ ถูกตัดงบไปถึง 30 % และได้รับผลกระทบต่อการพัฒนาท้องถิ่น

ด้านการบริหารโครงการเสริมสร้างศักยภาพศูนย์เครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น (Clinic Center) เพื่อการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ สมาชิกในชุมชนเกิดการเรียนรู้โยผ่านสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้ ให้ อบจ.ทั้ง 14จังหวัดภาคใต้ โดยขอสนันสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกรองส่วนท้องถิ่น จำนวนเงิน 79,030,000 บาท และเรื่องการบริหารจัดการของเสียอันตรายจากชุมชนไปกำจัด เช่นจำพวกแบตเตอร์รี่รถยนต์ ถ่านไฟฉาย หลอดฟลูออเรสเซนต์ ภาชนะบรรจุสารเคมี โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ตมาให้ข้อมูล ซึ่งทางสมาพันธ์รับไปดำเนินการแต่ขอศึกษาในรายละเอียด ขั้นตอนกาขั้นตอนดำเนินการกำจัด ซึ่งจะเกี่ยวโยงไปถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการ พร้อมกันนั้นได้กำหนดสมาพันธ์สัญจรครั้งต่อไปวันที 12เดือนพฤศจิกายน 2553 ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

ข้อมูลจาก..Krabi United.com

วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.กระบี่ เปิดโครงการทบทวนการกู้ชีพ กู้ภัย


เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2553 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการฝึกอบรมทบทวนการกู้ชีพ กู้ภัย ประจำปี 2553 ตามโครงการพัฒนาเครือข่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดกระบี่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ และองค์กรภาคเอกชน เครือข่ายกู้ชีพ กู้ภัย ในจังหวัดกระบี่ เนื่องจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอำนาจหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะ กอปรกับพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 18 ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นรองผู้อำนวยการจังหวัด ให้มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้อำนวยการจังหวัดในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและปฏิบัติหน้าอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

เนื่องจากในปัจจุบัน มีประชาชนที่มีจิตสาธารณะที่พร้อมมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ได้รวมตัวกันเองเพื่อสังคมในหลายรูปแบบ หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกลุ่มผู้มีจิตสาธารณะที่รวมตัวกันเพื่อสังคมโดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน แต่อย่างไรก็ตามในภาพรวมของการเป็นอาสาสมัครหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย สังคมส่วนใหญ่ยังไม่ให้การยอมรับ เนื่องจากยังขาดระบบความเป็นมาตรฐานให้การช่วยเหลือสังคม

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานตามบทบาทภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่มีจิตอาสาพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ได้รับการฝึกฝนพัฒนา เสริมความรู้ สร้างความเข้มแข็งในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ดีที่สุด จึงได้จัดกิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อกำหนดรูปแบบของการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้มีความเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับของสังคม และปฏิบัติงานเพื่อสังคมได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อพัฒนาอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย ให้ได้รับการพัฒนา ฝึกฝน เป็นการเพิ่มความรู้ ประสบการณ์ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เครือข่ายอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย มีการเชื่อมโยง มีขอบเขตของการกู้ภัย เป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรและเกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยกิจกรรมดังกล่าวใช้เวลาในการฝึกอบรมทบทวนเป็นเวลา 1 วัน มีอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 750 คน

ข้อมูลจาก..Krabi United.com

อบจ.กระบี่ จัดจัดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการจัดระบบการบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้


เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2553 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ โดยนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ในฐานะประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาการจัดระบบการบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ณ ห้องประชุมพระนาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ โดยมีคณะผู้บริหารอบจ. ประธานสภาฯ สมาชิกสภาฯอบจ. ปลัดอบจ. หัวหน้าส่วนราชการ และผู้สังเกตการณ์ จากอบจ.ต่างๆ ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมสัมมนาจำนวน 50 คน

การจัดประชุมสัมมนาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์คือ

1. เพื่อให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด บุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ บุคลากรจากองค์กรภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริหารงานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ข่าวสาร แสดงความคิดเห็นประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อการจัดระบบการบริการสาธารณะ

2. เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาด้านการบริการสาธารณะให้สอดคล้องในทิศทางเดียวกัน สามารถรองรับการขยายตัวของภารกิจด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของเครือข่ายองค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ให้มีเอกภาพ และเกิดความร่วมมือในการผลักดันการจัดบริการสาธารณะให้แก่ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. เพื่อพัฒนาแนวความคิดในการบริหารงาน และการจัดระบบการบริการสาธารณะในเชิงบูรณาการระหว่างเครือข่ายองค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้

5. เพื่อส่งเสริมให้เกิดวิสัยทัศน์ร่วมกันในการกำหนดนโยบาย ระเบียบ กฎหมาย วิธีปฏิบัติ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ และการปฏิบัติราชการ

6. เพื่อรวบรวมปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไข ความรู้ ความคิดเห็นที่เกี่ยวกับการจัดระบบการบริการสาธารณะพัฒนาท้องถิ่น และข้อราชการเสนอต่อสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะสู่การปฏิบัติได้จริงรวมไปถึงการกำหนดทิศทางการจัดบริการสาธารณะตลอดจนสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการจัดระบบบริการสาธารณะด้านต่างๆ ให้ประชาชนในท้องถิ่นและสังคมในภาคใต้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป

ข้อมูลจาก..Krabi United.com

วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553

“บรรหาร” นำคณะนักศึกษาวตท.รุ่นที10 มอบอุปกรณ์แก่ศูนย์สามวัย จังหวัดกระบี่


เวลา 11.00 น.วันที่ 18 มิถุนายน 2553 ที่ห้องสุดมงคล สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ คณะนักศึกษา สถาบันวิทยาการตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี นาย บรรหาร ศิลปะอาชา ประธานคณะนักศึกษา วตท.รุ่นที่ 10 นำคณะนักศึกษาวตท.10 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 95 คน เข้าทำกิจกรรมเพื่อสังคม และการศึกษา ที่ จ.กระบี

โดยการมอบเงินสนับสนุนพร้อมมอบอุปกรณ์สร้างเสริมสุขภาพกายและใจ ให้กับโครงการ ศูนย์สามวัย ในพระอุปถัมภ์พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ที่จัดตั้งขึนที่บ้านป่าใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลดินอุดม อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ จำนวนเงิน 453,600 บาท มอบชุดเครื่องกีฬา อุปกรณ์ทีวีจานดาวเทียมจากโครงการทรู ปลูกปัญญา โดยมีนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นผู้รับมอบ เพื่อให้ชุมชนที่ห่างไกลได้นำพัฒนาโครงการศูนย์สามวัย จังหวัดกระบี่ ต่อไป

หลังจากนั้น ทางคณะ วตท.10 ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขากลม ต.หนองทะเล อ.เมือง พร้อมรับฟังการบรรยายจาก นายสงวน มงคลศรีพันเลิศ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ได้รับรางวัล “มีชัย วีระไวทยะ “ โดยการสนับสนุนของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ประจำปี 2552 ในโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม ด้านการพัฒนาสังคมชนบทด้วย ซึ่งกิจจกรมในระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายน นั้น เป็นเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ที่จัดการศึกษาอบรมให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านธุรกิจตลาดทุนและภาวะผู้นำในการบริหารงานขององค์กร

ข้อมูลจาก : Krabi United.com

อบจ.กระบี่ พบประชาชน ที่บ้านโคกยาง อ.เหนือคลอง


เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2553 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ โดยนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ได้จัดโครงการ “อบจ.กระบี่ พบประชาชน” ขึ้นที่บริเวณ ศาลาการเปรียญ วัดโคกยาง ต.โคกยาง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่โดยมีนายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ให้เกียรติเข้าร่วมรับฟังปัญหาความเดือนร้อนของชาวบ้านด้วย นอกจากนั้นยังมีคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการทั้งส่วนจังหวัดและส่วนอำเภอ ได้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อรับฟังปัญหาความเดือนร้อนของชาวบ้านในตำบลโคกยางและตำบลใกล้เคียง ซึ่งในการจัดกิจกรรมในวันนี้ได้รับความสนใจจากชาวบ้านเป็นจำนวนมากโดยมีผู้นำชุมชนเช่น นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากตำบลต่างๆในอำเภอเหนือคลองเข้าร่วมกิจกรรมในการเสนอปัญหาต่างๆที่เกินความสามารถของตำบลนั้นๆเพื่อให้ทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่และส่วนราชการส่วนกลางเข้าช่วยเหลือแก้ไขให้แก่ราษฎรผู้ประสบปัญหาได้รับการดูแลจากภาครัฐได้เต็มที่

โดยปัญหาที่พอจะสรุปได้จากการจัดกิจกรรม “อบจ.กระบี่ พบประชาชน”ในวันนี้คือ ปัญหาที่ทำกินของชาวบ้านซึ่งเป็นที่ดินของสาธารณะแต่ชาวบ้านได้เข้าไปใช้ประโยชน์เป็นเวลานานแล้ว การขอใช้สวนป่าในการจัดการกำจัดขยะ การจัดทำสวนสาธารณะประจำอำเภอในบริเวณบ้านควนเกาะจันทร์ จำนวนเนื้อที่ 70 ไร่ ซึ่งเสนอเรื่องไปที่อำเภอแล้วแต่ยังไม่ได้คำตอบ ปัญหาภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง โดยบางตำบลใน อ.เหนือคลองไม่มีแหล่งน้ำดิบเพื่อที่จะผลิตน้ำประปาให้แก่ชาวบ้าน ปัญหาการบุกรุกที่หลวงของผู้มีอิทธิพล ปัญหายาเสพติด ซึ่งทางผู้นำท้องถิ่นไม่สามารถที่จะปัญหาได้ตามลำพังต้องอาศัยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาช่วยแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติดอย่างยั่งยืน และปัญหาไฟฟ้าซึ่งชาวบ้านในบ้านควนนกหว้า จำนวน 30 ครัวเรือน และบ้านห้วยแทงงู จำนวน 7 ครัวเรือน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้มาเป็นเวลานานแล้ว

ซึ่งปัญหาทั้งหมดที่ได้รับการร้องทุกข์จากบ้านในวันนี้ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อธิบายให้แก่ชาวบ้านถึงปัญหาที่ประสบอยู่เพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าใจในปัญหาและได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งปัญหาไหนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ทางนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ก็ได้รับปากที่จะดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด ส่วนปัญหาที่อยู่นอกอำนาจหน้าที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ก็จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากจะมีการรับฟังปัญหาต่างๆจากชาวบ้านแล้วกิจกรรมในวันนี้ยังได้มีการออกบู๊ทเพื่อบริการชาวบ้านอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการค้าภายในจังหวัดกระบี่ จำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ถูกกว่าท้องตลาด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกระบี่ จัดหางานจังหวัดบริการจัดหางานทางระบบอินเตอร์เน็ต ปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ โรงพยาบาลเหนือคลองออกบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ สำนักงานประกันสังคมออกให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประกันสังคมและการประกันตน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้ออกบริการจดทะเบียนพาณิชย์เคลื่อนที่

ข้อมูลจาก : Krabi United.com

เรือประมงกระบี่หยุดออกทะเล70% สาเหตุต้นทุนสูง


นายมานิต ดำกุล นายกสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวประมงพาณิชย์ในจังหวัดกระบี่ หยุดหาปลาแล้วประมาณ 70% สาเหตุมาจากอยู่ในช่วงปิดอ่าว เรือประมงต้องวิ่งออกไปไกลกว่าเดิมทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ทำให้ไม่คุ้มทุน เพราะเรือออก ซึ่งแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท โดยเฉพาะค่าน้ำมัน

นอกจากนี้สภาพอากาศที่ไม่แน่นอน เกิดจากภาวการณ์เลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะภาวะโลกร้อน ทำให้น้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ปลาและสัตว์น้ำจึงหลบไปฝังในโคลนดินใต้น้ำ ส่วนบนผิวน้ำจะไม่มีปลา เรือประมงพาณิชย์จึงจับปลาได้ยากขึ้นสำหรับปลาในหน้าดินนั้น ทราบว่า เรืออวนลากสามารถหาได้ดีเนื่องจากลักษณะเรืออวนลาก สามารถจับปลาใต้ผิวดินได้ดี

ส่วนเรือประมงพื้นบ้านก็ในปีนี้ก็หาปลาได้น้อยเช่นกัน เนื่องจากแมงกะพรุนในทะเลมีจำนวนมากเป็นอุปสรรคในการหาปลา เพราะแมงกะพรุนติดอวนทำให้อวนหนักจะต้องสลัดอวนทิ้งแมงกะพรุน ปลาก็ต้องทิ้งไปด้วย ดังนั้นช่วงนี้ราคาปลาในตลาดจึงปรับราคาสูงขึ้นด้วย เนื่องจากสัตว์น้ำหายากขึ้น

นายมานิต ดำกุล นายกสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในส่วนของราคาปลาในท้องตลาดกระบี่นั้นมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็จะเป็นในช่วงระยะสั้นเพียง 1 เดือนเท่านั้น เช่นปลาทู ราคาปรับสูงขึ้นกิโลกรัมละ 40-50 บาท ปลากทูลัง 90-100 บาท หมึกหอม กิโลกรัมละ 100 บาท หมึกกล้วย กิโลกรัมละ 80-90 บาท ผู้บริโภคหากต้องการหลีกเหลี่ยงซื้อปลาที่มีราคาแพง ในช่วงประมาณเดือนมิถุนายนนี้ ผู้บริโภคก็สามารถที่เลือกซื้อกุ้ง หอย ปู แทนได้เนื่องจากมีราคาถูกกว่าเยอะ หากพ้นเดือนมิถุนายนราคาปลาก็จะปรับตัวลดลงตามปกติ

ข้อมูลจาก : Krabi United.com

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อบจ.กระบี่เจ้าภาพจัดประชุม 14 จังหวัดใต้ 18 มิ.ย.53

นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ในฐานะประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542

โดยการพัฒนานั้นจะต้องสอดคล้องกับการพัฒนาจังหวัดและประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดทำบริการด้านสาธารณะเพื่อบริการแก่ประชาชนในพื้นที่ เป็นหน่วยงานหลักในการร่วมมือกับหน่วยราชการภูมิภาค และหน่วยราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ได้แก่ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ตลอดจนเครือข่ายพัฒนา นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมากำหนดเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติและสามารถบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แท้จริง

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการประสานเพื่อการพัฒนาได้ขยายขอบเขตสู่การร่วมมือระหว่างจังหวัด ไปสู่ภูมิภาค และประเทศ ดังเช่นได้มีการจัดตั้งสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างสมาชิกของสมาคมฯ เป็นศูนย์กลางในการประสานงานการพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตลอดจนร่วมกันผลักดันการดำเนินการตามภารกิจต่าง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อความมั่นคงในอนาคต และได้กำหนดให้มีเครือข่ายสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัด 4 ภาค ขึ้น เพื่อดำเนินภารกิจให้สอดคล้องกับนโยบายของสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย

ในฐานะประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่ของสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้ จึงได้กำหนดให้มีการประชุมสัมมนาการให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์คือ

1. เพื่อให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด บุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ บุคลากรจากองค์กรภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริหารงานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ข่าวสาร แสดงความคิดเห็นประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อการจัดระบบการบริการสาธารณะ

2. เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาด้านการบริการสาธารณะให้สอดคล้องในทิศทางเดียวกัน สามารถรองรับการขยายตัวของภารกิจด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของเครือข่ายองค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ให้มีเอกภาพ และเกิดความร่วมมือในการผลักดันการจัดบริการสาธารณะให้แก่ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. เพื่อพัฒนาแนวความคิดในการบริหารงาน และการจัดระบบการบริการสาธารณะในเชิงบูรณาการระหว่างเครือข่ายองค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้

5. เพื่อส่งเสริมให้เกิดวิสัยทัศน์ร่วมกันในการกำหนดนโยบาย ระเบียบ กฎหมาย วิธีปฏิบัติ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ และการปฏิบัติราชการ

6. เพื่อรวบรวมปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไข ความรู้ ความคิดเห็นที่เกี่ยวกับการจัดระบบการบริการสาธารณะพัฒนาท้องถิ่น และข้อราชการเสนอต่อสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะสู่การปฏิบัติได้จริง

รวมไปถึงการกำหนดทิศทางการจัดบริการสาธารณะตลอดจนสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการจัดระบบบริการสาธารณะด้านต่างๆ ให้ประชาชนในท้องถิ่นและสังคมในภาคใต้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับการจัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้ มีวิธีการดำเนินการคือ

(1). การจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาการจัดระบบการบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้ โดยมีคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด บุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัด ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ และบุคคลซึ่งทำประโยชน์ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมีพื้นที่ดำเนินการในจังหวัดกระบี่ และใน 14 จังหวัดภาคใต้

(2). จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ การจัดระบบการบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ตามมติของการประชุมสัมมนาเป็นหลัก

การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาการจัดระบบการบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้” กำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2553 ณ ห้องประชุมพระนาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ สาระสำคัญในการประชุมสัมมนาประกอบด้วย

1. การสัมมนา “การให้บริการสาธารณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” 2. การจัดสรรเงินอุดหนุนรัฐบาลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2554 3. การจัดเก็บภาษีน้ำมันและภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดสำหรับยาสูบ 4. โครงการมหกรรม “ปิดทองหลังพระ 14 จังหวัดภาคใต้”5. การบริหารโครงการเสริมสร้างศักยภาพศูนยฺเครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น (Clinic Center) และรับฟังบรรยายและตอบข้อซักถาม เรื่อง “การบริหารจัดการของเสียอันตรายจากบ้านเรือนในระดับจังหวัด” (สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ต)

ข้อมูลจาก : Krabi United.com

ชาวกระบี่แห่ขุดวัถตุประหลาด นายหน้าตั้งโต๊ะซื้อเม็ดละ 1,500 บาท


แห่ขุดวัตถุประหลาด คาดเป็นแร่ใช้สำหรับวัตถุมงคล


ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายเกษมพิสิทธิ์ ยะลา ส.อบต.หมู่ที่ 4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ว่า ขณะนี้ได้มีชาวบ้านจำนวนนับร้อยคนแห่ไปขุดหาวัตถุทรงกลม มีผลึกเป็นเม็ดสีทอง อยู่ภายในบ่อดินของชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ และมีการซื้อขายกันในราคาเม็ดละ 500-1,500 บาท หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบยังพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเมื่อไปถึงพบชาวบ้านจำนวนมากลงไปขุดหาวัตถุดังกล่าวในบ่อดินขนาดใหญ่เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ ซึ่งมีความลึกจากผิวดินลงไปประมาณ 4 เมตร

นายดล ม่าหนาบ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143/1 ม.4 ต.ทรายขาว เจ้าของบ่อดิน กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวชั้นบนเป็นดินกรวดไม่สามารถปลูกพืชได้ จึงได้ขายหน้าดินมานานแล้ว จนกระทั่งเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาได้มีวัยรุ่นเด็กๆ ในหมู่บ้านลงไปเล่นและพบวัตถุก้อนกลม มีผลึกเป็นแผ่นสีทองติดกัน มีขนาดตั้งแต่หัวไม้ขีดไปจนถึงเท่าหัวแม่โป้ง จากนั้นได้นำไปให้ชาวบ้านในพื้นที่ดูกัน ก็ร่ำลือกันว่าน่าจะเป็นวัตถุมีค่าจึงได้มาขุดค้นหากันจำนวนมากดังกล่าว แต่ขณะนี้ตนได้ให้ลูกหลานนำป้ายไปติดห้ามขุดค้นเพื่อรอการตรวจสอบที่ชัดเจนอีกครั้งจากหน่วยงานราชการ

นายเกษมพิสิทธิ์ ยะลา ส.อบต.หมู่ที่ 4 ต.ทรายขาว กล่าวว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่อยากจะทราบว่าสิ่งที่พบนี้เป็นวัตถุใดกันแน่ จึงได้นำวัตถุก้อนกลมที่มีผลึกสีทองนำมาให้ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบ

เบื้องต้น ทางนายจงรักษ์ ทรงรัตนพันธ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดกระบี่ ได้ให้นักวิชาการตรวจสอบ เบื้องต้นระบุว่าน่าจะเป็นเพชรน่าทั่ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน ทั้งนี้ หากพบว่าเป็นเพชรน่าทั่งนั้นก็จะไม่มีราคาการซื้อขายในเชิงพาณิชย์ที่จะนำไปใช้ แต่เป็นเรื่องของทางจิตใจ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวัตถุมงคลหาได้ยาก และเป็นรองเฉพาะเหล็กไหลเท่านั้น ส่วนใหญ่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในการจัดสร้างวัตถุมงคล

ข้อมูลจาก : Krabi United.com

วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พาณิชย์กระบี่ อัดงบเฉียดล้านให้ผู้ค้าถนนคนเดิน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ ดึงความสนใจจากลูกค้า


วันที่ 14 มิ.ย.53 ที่ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดประชุมการฝึกอบรมผู้ประกอบการในย่านการค้า “ถนนคนเดินกระบี่” เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาด้านอาหารและแพกกิ้งบรรจุภัณฑ์สินค้าให้สวยงามเป็นที่ต้องการของลูก โดยมี นายภูวดิท ปรีชานนท์ ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่ นางสาวศมานันท์ หวังประเทือง พาณิชย์จังหวัดเข้าร่วม โดยมีผู้ประกอบการร้านค้าย่านถนนคนเดินกว่า 200 คนเข้าร่วมประชุม

นายภูวดิท ปรีชานนท์ ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ถนนคนเดินกระบี่ จัดขึ้นทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ โดยเริ่มเปิดตลาดให้ผู้ค้าขายสินค้า ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 51 บริเวณถนนมหาราช ซ.8 เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซบเซาในเขตเทศบาลเมือง เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ ส่วนน้อยจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมือง แต่จะอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวตามชายหาดชายทะเล เป็นส่วนมาก และหลังจากที่หอการค้าจังหวัดกระบี่ ได้ดำเนินโครงการถนนคนเดิน มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในแต่ละคืนไม่น้อยกว่า 200 คน เงินสะพัดกว่า 70 ล้านบาทต่อปี

สำหรับการจัดฝึกอบรมผู้ประกอบการถนนคนเดินกระบี่ ตามโครงการถนนคนเดิน จะมีการบรรยายให้ความรู้ในห้วข้อการพัฒนาถนนคนเดิน เรื่องของอาหารสะอาด รสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ และหัวข้อ การสร้างมูลค่าสินค้าด้วย Packaging ให้ตรงใจลูกค้า เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำความรู้ไปยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการค้าขายในตลาดถนนคนเดิน

นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ถนนคนเดินกระบี่ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเขตเมืองเพิ่มขึ้น จังหวัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกระบี่ ได้จัดสรรงบประมาณ เป็นเงิน 990,000 บาท เพื่อส่งเสริมและพัฒนาย่านการค้า ในด้านการฝึกอบรมผู้ประกอบการ รวมถึงการพัฒนาผู้ค้าให้เป็นนักการตลาดมืออาชีพ ซึ่งตลาดถนนคนเดินอยู่ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการค้าต้องช่วยกัน สร้างสรรค์ และพัฒนาตลาดให้เป็นที่ถูกใจของลูกค้า

ข้อมูลจาก..ผู้จัดการ

ตร.กระบี่ตามรวบเภสัชเก๊ ตระเวนขายยา โดยไม่มีใบอนุญาต

วันที่ 14 มิ.ย.53 พ.ต.ท.สมพงศ์ ครุฑสุวรรณ สว.สภ.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พร้อมด้วย ร.ต.ท.ประสาร คงแก้ว รอง สวป.สภ.คลองขนาน นางสรณ์จักร ปรีชา นักวิชาการ สธ.อ.เหนือคลอง นางรัตนาวดี หนูผล หน.สถานีอนามัยคลองขนาน นายบุญธรรม คงมาก เภสัชกร ประจำโรงพยาบาลเหนือคลอง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายสมชาย ชัยชม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167 ม.6 ต.หว้าทอง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง ยาแก้ไอ บีเฟนดริล ขนาดบรรจุขวด 60 มม.จำนวน 100 ขวด ยาแก้ไอ ชุด จำนวน 317 ชุด ยาแก้อักเสบ จำนวน 2 ชุด ยาแก้เส้น ชุด จำนวน 247 ชุด ยาแก้ไอเม็ดยี่ห้อเด็กตร้า เมโทรแฟน จำนวน 100 แฝง ยี่ห้อทรามาคอล ไฮโดรคลอไรด์ จำนวน 20 แฝง รถกระบะยีห้อนิสสันสีเทา บย.4347 จำนวน 1 คัน

ทั้งนี้ ก่อนการจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าได้มีผู้ค้ายาชนิดต่างๆ รายหนึ่ง ตระเวนขายยาตามร้านขายของชำในต้องที่ตำบลคลองขนาน จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบด้วย เมื่อผู้ต้องหาเห็นว่าเป็นรถของเจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งด่านสกัดจับ โดยสามรถจับได้ที่บนถนนสายแหลมกรวด-เหนือคลอง จึงนำตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.คลองขนาน

โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังจากที่เป็นเซลส์แมนจำหน่ายสินค้าชนิดต่างๆ อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ จึงหันมาขายยาแทนโดยตระเวนซื้อยาตามร้านต่างๆ ในตัวเมือง และตระเวนขายไปเรื่อยๆ โดยทำมานานแล้วประมาณ 1 ปี นำไปจำหน่ายตามร้านขายของชำที่อยู่ตามชนบท โดยไม่มีความรู้เรื่องยาแม้แต่ชนิดเดียว จนมาถูกจับกุมในที่สุด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข้อมูลจาก..ผู้จัดการ

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ฆ่าปาดคอหมอนวดและแฟนหนุ่มคาห้องพัก ปมชิงทรัพย์และชู้สาว

เมื่อวันที่ 11มิถุนายน ร.ต.ท.จรัญ แนบเพชร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งเหตุมีฆ่ากันตายภายในห้องพักหอพัก แห่งหนึ่งในตัวเมืองกระบี่ จึงรายให้ พ.ต.อ.วีรพล ทิพย์เจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดกระบี่ตำรวจภูธรจังหวัด แพทย์เวรโรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ หน่วยกู้กู้ภัยกระบี่พิทักษ์ประชา และมูลนิธิประชาชันสิสุข ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งหอพัก ชื่อหอพักเซเว้นแคต ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ ภายในห้องพักเลขที่ 406 พบศพชายไทย ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุล รู้เพียงชื่อเล่นว่า ชื่อนายเจม สภาพศพนั่งตะแคงจมกองเลือดนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมเสื้อ ที่ลำคอมีบาดแผล ถูกปาดด้วยของมีคมบาดแผลฉกรรจ์ นอนจมกองเลือด ข้างศพผู้ตายมีกีต้า 1 ตัว จานอาหารที่งใส่อยู่เต็มจาน และขวดเบียร์ ถนัดมาพบศพนางสาวอุไรรัตน์ ราชไกรกิจ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 563 หมู่ที่ 2 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นอนเปลือยกายตายจมกองเลือดที่ลำคอถูกปาดด้วยของมีคม และตามลำตัวถูกแทง 8 แผล ภายในห้องนอนมีการต่อสู้และรื้อค้นสิ่งของกระจัดกระจาย ซึ่งทางสองศพตายมาแล้ว 1 คืน

จากการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ทราบว่านางสาวอุไรรัตน์มีอาชีพเป็นหมอนวดโรงแรมบุญสยาม ภายในตัวเมืองกระบี่ พร้อมแฟนหนุ่มได้เช่าหอพักดังกล่าวเป็นที่พักทั้งสองคน ซึ่งก่อนเกิดเหตุวันที่ 9 มิถุนายน 2553 ตอนกลางวันมีนางเดือน ซึ่งเป็นหมอนวดเดียวกันพานายตู้ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ชาวจังหวัดหนองคาย มาหาผู้ตายทั้งสองเพื่อขอยืมเงิน 2 หมื่นบาท แต่นางอุไรรัตน์และแฟนหนุ่มไม่ให้ยืม จากนั้นทั้ง 4 คนไปเที่ยวชายทะเล จนกระทั้งนางอิ แม่บ้านชาวพม่าได้มาพบศพผู้ตายทั้งสองนอนเสียชีวิตภายในห้องพักดังกล่าว

ส่วนสาเหตุการตายเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์หรือเรื่องชู้สาว ซึ่งมือมีดรายนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วกำลังไล่ติดตามเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณ:Krabi United.com

วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บุกรวบพ่อค้าเร่ใช้แรงงานเด็ก

เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกระบี่ และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกระบี่ ได้เข้าช่วยเหลือ เด็กหญิงสองคน อายุ 7 ขวบ และ 10 ขวบ หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการใช้แรงงานเด็กอย่างทารุณภายในงานสมโภชท้าวจตุคามรามเทพ บริเวณสนามกิตติธรกุล ถนนสุดมงคล ต.ปากน้ำ หลังเทศบาลเมืองกระบี่ โดยขณะที่ทางเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือพบเด็กทั้งสองกำลังนั่งเล่นอยู่บนฟุตบาทริมถนน สภาพเนื้อตัวมอมแมม ตามลำตัวมีรอยขีดข่วน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ เด็กได้วิ่งเข้าโผกอดอย่างน่าสงสาร

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวนายแสน สว่างเนตร อายุ 51 ปี ม.4 ต.พาชี อ.พาชี จ.พระนครศรีอยุธยา อ้างว่าเป็นผู้ปกครอง ในเบื้องต้นนายแสนให้การว่าตนมีอาชีพเดินสายให้บริการของเล่นเด็กตามงานรื่นเริงต่างๆ โดยมีของเล่นหลายชนิด ทั้งม้าหมุนรถไฟเด็กเล่น และอื่นๆ ให้บริการเด็กๆ ที่ตามผู้ปกครองมาเที่ยวโดยเด็กทั้งสองนั้นเป็นหลาน ได้นำมาช่วยเก็บเงิน

ในเบื้องต้นเด็กทั้งสองทางเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกระบี่ ได้นำไปดูแลก่อนติดต่อให้ญาติมารับตัวกลับไปอุปการะ สำหรับนายแสน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณ:Krabi United.com

นักธุรกิจกระบี่ ทุ่มทุนกว่า 10 ล้าน ผุดไนท์บาซ่า แหล่ง Shopping ครบวงจร รองรับนักท่องเที่ยว


นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานกรรมการบริหาร บริษัทนพรัตน์ธานี จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้ทำพิธีเปิดตลาดไนท์บาซ่าอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมี นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มาเป็นประธานในพิธี โดยบริษัทนพรัตน์ธานี เป็นของคนกระบี่ ที่มีความประสงค์เพื่อพัฒนาที่ด้านสิ่งปลูกสร้าง และจัดธุรกิจในด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ตามยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัด ร่วมกับทางท้องถิ่น ภาคราชการ และภาคเอกชนในด้านต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมให้มีตลาดในท์พลาซ่าเกิดขึ้นในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนคนเดิน ของหอการค้ากระบี่ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวในเขตเมือง
ประธานกรรมการบริหาร บริษัทนพรัตน์ธานี จำกัดกล่าวด้วยว่า สำหรับตลาดไนท์พลาซ่า เชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่ง Shopping ที่น่าสนใจในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ เนื่องจากมีสิ้นค้าจำนวนมากและหลากหลายชนิดไว้บริการนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ ได้แวะเยี่ยมชม เลือกซื้อสินค้า ทั้งสินค้าโอท๊อป สินค้าพื้นเมือง และอาหารพื้นบ้าน นานาชนิด ซึ่งปัจจุบันจังหวัดกระบี่ ได้เติบโตก้าวหน้าด้านการท่องเที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามในระดับโลก แต่ละปี จะมีผู้มาเยือนจังหวัดกระบี่ ไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน เชื่อว่าตลาดไนท์พลาซ่า แห่งนี้ จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองมากขึ้น

สำหรับการลงทุนสร้างตลาดไนท์พลาซ่า ทางบริษัทฯได้ลงทุนพัฒนาที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พร้อมตบแต่งอาคารสถานที่ให้สวยงาม ให้เป็นแหล่งรวมสินค้า พักผ่อน โดยได้ลงทุนไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท และในอนาคตอาจจะมีการขยายตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : นักข่าวท้อง และ Krabi United.com

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

รปภ.กระบี่ ซ้อมแผนป้องกันอุบัติภัยทางทะเล รับมือท่องเที่ยวหน้ามรสุม


เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 53 นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกซ้อมแผนอพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในพื้นที่ กำหนดให้มีการการฝึกซ้อมแผนอพยพและช่วยเหลือผู้ประสพภัยทางทะเล จังหวัดกระบี่ ประจำปี 2553 ขึ้น ณ บริเวณท่าเรือบ้านศาลาด่าน หมู่ที่ 2 ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามัน กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้รับความสนใจและเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันการเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นทะเล มีความถี่ในการเกิดและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับจังหวัดกระบี่ มีพื้นที่ชายฝั่งทะเล ยาวประมาณ 160 กิโลเมตร

สำหรับการฝึกซ้อมแผนอพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล เป็นภารกิจหนึ่งที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการบูรณาการซักซ้อมแนวทางการปฎิบัติ การใช้อุปกรณ์ ระบบการประสานงาน เพื่อให้เกิดความชำนาญ เข้าใจ สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ทันเหตุการณ์ และนำข้อปฎิบัติไปปรับปรุงแก้ไข ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเพื่อสร้างความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดกระบี่

นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า สำหรับจังหวัดกระบี่ ในช่วงนี้เริ่มย่างเข้าสู่ช่วงมรสุมมีฝนตกหนาแน่นขึ้นและบางครั้งเกิดลมกรรโชกแรง เป็นสาเหตุทำให้เกิดเรือล่ม เป็นโอกาสดีที่ทุกฝ่ายได้ให้ความสำคัญ และร่วมบูรณาการฝึกซ้อมแผนร่วมกัน สำหรับการฝึกซ้อมฯแม้จะเป็นเพียงการจำลองเหตุการณ์เพื่อการฝึกปฎิบัติ แต่เชื่อว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงขึ้นก็จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงทีอย่างแน่นอน

สำหรับการแบ่งการดูแลรักษาความปลอดภัยทางทะเลของจังหวัดกระบี่ ได้มีการแบ่งการรับผิดชอบออกเป็นโซน 4 โซน โซนเกาะลันตา มี กองทับเรือภาค 3 รับผิดชอบ โซนเกาะพีพี มีตำรวจน้ำรับผิดชอบ โซนเขตอำเภอเมือง มี อบจ.รับผิดชอบ ส่วนเขต ต.หนองทะเล มีหน่วยนาวิกโยธิน (นย.) 411 รับผิดชอบพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อมีเรือประสบภัยทางทะเลเกิดขึ้นการช่วยเหลือก็จะเข้าถึงได้อย่างทันท่วงที

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : นักข่าวท้องถิ่น และ Krabi United.com

ส.ส.กระบี่ รุดตรวจเขาโต๊ะช่อง หลังจากชาวบ้านร้องเรียน


ส.ส.กระบี่ รุดตรวจเขาโต๊ะช่อง หลังจากชาวบ้านร้องเรียน แรงระเบิดหินเขาวังหมี ทำหินงอกหินย้อยหักพัง


เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2553 นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางไปที่บริเวณเพิงผา เขาโต๊ะช่อง ม.3 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ ภายหลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ได้มีหินงอกหินย้อยที่อยู่บริเวณปากถ้ำเขาโต๊ะช่องหนักประมาณ 100 กิโลกรัม หักหล่นและลงมา คาดว่าเกิดจากแรงระเบิดหินที่เขาหน้าวังหมี ซึ่งอยู่หางจากบริเวณดังกล่าวประมาณ 200 เมตร

นายสาคร เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ กล่าวภายหลังการสำรวจบริเวณเขาโต๊ะช่อง พบว่า หินงอกหินย้อยที่หล่นลงมานั้นเพิ่งหล่นลงมาไม่นาน เนื่องจากรอยแตกยังใหม่ๆอยู่ คาดว่าเกิดจากแรงสั่นสะเทือน ขณะมีการระเบิดหินเขาหน้าวังหมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายหลังนี้ก็จะรวบรวมหลักฐานจากผู้ร้องรียน หลักฐานการขอสัมปทาน และหลักฐานการค้นพบวัตถุโบราณบริเวณเทือกเขาหน้าวังหมี และบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากเท่าที่ทราบนั้น พบว่ามีเงื่อนงำอยู่หลายประการ

โดยเฉพาะหลังจากที่กรมศิลปากรได้ยืนยันว่า เขาหน้าวังหมีเป็นแหล่งโบราณคดี แต่ยังมีการระเบิดหินอยู่ ซึ่งตนจะได้นำเรื่องดังกล่าวตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเปิดสมัยประชุมสภาสมัยหน้า ว่าการสัมปทานถูกต้องหรือไม่ และมีความคืบหน้าอย่างไร รวมถึงเรื่องที่มีการยืนยันจากกรมศิลปว่าบริเวณดังกล่าวมีการขุดค้นพบวัตถุโบราณ ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ แต่ทำไม่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังมีการอนุญาตให้มีการระเบิดหินกันอยู่ โดยไม่ได้สั่งระงับแต่อย่างไร ซึ่งตนจะทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง


ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : นักข่าวท้องถิ่น และ Krabi United.com

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สวนป่าคลองท่อม เตรียมเปิดโรงพยาบาลช้าง สาขาภาคใต้



นายวิชาญ ไชยถาวร หัวหน้างานสวนป่าคลองท่อม สำนักส่งเสริมและพัฒนาไม้เศรษฐกิจหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันในพื้นที่ภาคใต้มีช้างเลี้ยงประมาณกว่า 800 เชือก ได้เข้ามาทำงานชักลากไม้ยางพาราและธุรกิจการท่องเที่ยว แต่ยังขาดแคลนโรงพยาบาลช้าง เพื่อทำการรักษาพยาบาลช้างยามเจ็บป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุจากการทำงาน

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดตั้งโรงพยาบาลช้างขึ้น เพื่อรักษาพยาบาลช้างเจ็บป่วย ช้างเร่ร่อนทั่วภาคใต้ โดยไม่คิดมูลค่า เป็นการรองรับการบริการในด้านการดูแลสุขภาพช้าง และรักษาพยาบาลช้างได้อย่างทันท่วงที เป็นแห่งแรกในภาคใต้ กำหนดเปิดในวันที่ 21 มิถุนายน 2553 เวลา 09.30 น . -12.00 น. ณ สนามหน้าสำนักงานสวนป่าคลองท่อม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ มีกิจกรรมเปิดโครงการจัดตั้งโรงพยาบาลช้าง สาขาภาคใต้ จังหวัดกระบี่ การมอบรถยนต์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลช้าง มอบต้นพันธุ์อาหารช้าง เพื่อนำไปปลูกในเนื้อที่ 500 ไร่ การตรวจสุขภาพช้าง และนิทรรศการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทย ของสถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ฯ

นายวิชาญ ไชยถาวร หัวหน้างานสวนป่าคลองท่อม จังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า การจัดตั้งโรงพยาบาลช้าง สาขาภาคใต้ จังหวัดกระบี่ ระยะที่ 1 มีรถยนต์รักษาพยาบาลช้างเคลื่อนที่ สามารถเดินทางไปรักษาพยาบาลช้างเจ็บป่วยในท้องที่ 14 จังหวัดภาคใต้ และมีการปลูกพืชอาหารช้าง จำนวน 500 ไร่ ในท้องที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง ให้แก่ช้างเร่ร่อน ช้างเจ็บป่วยในท้องที่จังหวัดภาคใต้ เพื่อปลูกสร้างจิตสำนึกแก่เด็กนักเรียน เยาวชน และประชาชนโดยทั่วไปให้เห็นความสำคัญของช้างไทย ตลอดจนร่วมกันดูแลอนุรักษ์ช้างไทย ให้ความคุ้มครองช้างไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดยระยะที่ 2 ปี 2554 สามารถนำช้างมารักษายังโรงพยาบาลช้าง ดูแลช้าง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : จังหวัดกระบี่ และ Krabi United.com

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรมศูนย์ 3 วัย สานสายรักแห่งครอบครัวดินอุดมภายใต้ข้อคิดสมพระเกียรติเรียบง่าย สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวบ้าน

นางเกศนี สรรพวีรวงศ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดกระบี่ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวดินอุดม จ.กระบี่ว่า ศูนย์ 3 วัย สานสายใยแห่งครอบครัว เป็นศูนย์บริการทางสังคมที่ขยายผลมาจากโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร ซึ่งจังหวัดกระบี่ ได้เห็นชอบให้ศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศม์ พระวรชายา จัดตั้งขึ้นที่บ้านป่าใหญ่ ต.ดินอุดม อ.ลำทับ โดยให้จัดกิจกรรมภายใต้ข้อคิด สมพระเกียรติ เรียบง่าย สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวบ้าน โดยให้จัดแบ่งพื้นที่เป็น 3 โซน สามารถรองรับกิจกรรมคือ สดชื่น รื่นรมย์ เรียนรู้ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า กิจกรรมสดชื่น คือบริเวณอาคารศูนย์ 3 วัยเดิม และสนามกีฬาซึ่งเป็นศูนย์รวมกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ และสัมพันธภาพแก่คน 3 ช่วงวัยจากทุกหน่วยงานรื่นรมย์ คือบริเวณหน้าผา และสวนปาล์มข้าศูนย์ เมื่อผู้มาใช้บริการเดินเข้าไปแล้วจะมีความรู้สึกถึงความรื่นรมย์จากความร่มรื่นของธรรมชาติและเรียนรู้ คือในบริเวณศูนย์จะได้รับโอกาสในการเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ พร้อมทั้งขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาทรงงานศาลาเรียนรู้รวม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับแต่งภูมิทัศน์อีกด้วย
ข้อมูลจาก :: วาสนา บัวทอง สวท. กระบี่

วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พบหอยเกลื่อนชายหาดนพรัตน์ธารา


เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ (7 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า ที่บริเวณชายหาดนพรัตน์ธารา หรือหาดคลองแห้ง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ มีหอยชักตีน หอยกาบ และหอยน้ำลึกอีกหลายชนิด ลอยขึ้นมากองตามบริเวณชายหาดจำนวนมาก ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวเก็บได้คนละหลายกิโลกรัม จึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบริเวณชายหาดนพรัตน์ธารา พบหอยทะเลหลายชนิดรวมทั้งหญ้าทะเลลอยขึ้นมาเป็นจำนวนมากตลอดแนวชายหาด

โดยชาวบ้านที่เก็บหอยบริเวณหน้าหาดรายหนึ่ง กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ยินเพื่อนบ้านลือกันว่า มีหอยชักตีนซึ่งเป็นหอยที่มีราคาแพง ตกกิโลละ 100-120 บาท ลอยขึ้นมากองตามบริเวณหาดทรายจำนวนมาก จึงออกได้จากบ้านมาเก็บหอยดังกล่าวเอาไปต้มกิน ส่วนหนึ่งก็เอาไปขาย ซึ่งหอยที่เก็บได้เป็นหอยที่ยังมีชีวิตอยู่ และว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนานๆ ถึงจะเกิดสักครั้ง เชื่อว่า ถูกคลื่นใต้น้ำซัดขึ้นมาบนฝั่ง

ด้าน นายยงยุทธ เขียวแก้ว เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ในช่วงหน้ามรสุมประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ทุกปี ที่บริเวณหาดนพรัตน์ธารา จะเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น เนื่องจากมีคลื่นลมกำลังแรงได้พัดพาและซัดเอาสิ่งอยู่ใต้น้ำขึ้นมากองอยู่หน้าหาด เช่น หอย หญ้าทะเล ซึ่งมีหอยชักตีนและหอยอื่นๆอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ได้เป็นปรากฎการณ์แปลกประหลาดแต่อย่างใด

ขอบคุณภาพประกอบข่าวจาก : ASTV ผู้จัดการ และ Krabi United.com

ตร.กระบี่ จับแก๊งนักเรียน กศน.ลักรถ จยย.พร้อมของกลาง 4 คัน ผู้ต้องหา 5 คน สารภาพขโมยขายนำเงินซื้อยาบ้า


เวลา 11.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2553 ที่หน้าอาคารสืบสวน สภ.มืองกระบี่ พ.ต.ท.พิษณุ พ่วงพร้อม สวป.สภ.เมืองกระบี่ พ.ต.ท.ชัชวาล นิลจันทร์ สว.สส. สภ.เมืองกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ แถลงผลการจับกุมแก๊งลักรถจักรยานยนต์ ได้ผู้ต้องหา 5 คน มีนายสุริยา หรือกุ้ง จันทร์ทิพย์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.7 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ และวัยรุ่นอายุ 17 ปี อีก 4 คน บ้านอยู่ ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ซึ่งทั้ง 4 คนเรียนอยู่ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ส่วนของกลางประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีแดง ทะเบียน กทข 924 พังงา รถจยย.ฮอนด้า โนวา สีขาว รวม 2 คันไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถยนต์กระบะ นิสสัน นาวาร่า สีน้ำตาล ทะเบียน บต 6574 กระบี่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งว่ามีวัยรุ่นได้นำรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยในพื้นที่เมืองกระบี่ ไปส่งขายให้กับลูกค้าที่นัดไว้ที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปจับกุมได้ 2 คน พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า มีโอ จากนั้นได้ทำการขยายผลมาจับกุมผู้ต้องหาอีก 3 คน และยึดของกลางเพิ่มเติมได้ดังกล่าว

ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่ารถที่ถูกขโมยนั้นคนร้ายได้ขโมยมานาน ต่อมาได้นำไปซุกซ่อนในสวนปาล์มน้ำมัน และเมื่อมีลูกค้าต้องการจึงนำรถออกมาขายในราคาคันละ 3-4 พันบาท จากนั้นนำเงินมาแบ่งกันแล้วนำไปซื้อยาบ้าและเที่ยวเตร่ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : นักข่าวท้องถิ่น และ Krabi United

แฉนายทุนบุกรุกแผ้วถางป่าโกง วันสิ่งแวดล้อมโลก เย้ยสายผู้ว่าฯ ตรงข้ามศูนย์ราชการกระบี่ เตียนโล่งหลายไร่


เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2553 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าที่บริเวณหน้าศูนย์ราชการ ตรงข้ามสำนักงานชลประทานจังหวัดกระบี่ ม.7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ ได้มีนายทุนเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าโกงกางอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงเดินทางไปตรวจ พบบริเวณดังกล่าวเป็นป่าชายเลน มีต้นโกงกางขึ้นอยู่หนาแน่น ติดถนนท่าเรือทางไป อบจ.กระบี่ มีน้ำทะเลท่วมถึง มีต้นโกงกางจำนวนมากถูกตัดโค่นโล่งเตียน

จากการตรวจสอบสภาพตอไม้โกงกางพบว่าต้นโกงกางน่าจะเพิ่งจะถูกโค่น เนื่องจากสภาพตอไม้ยังสดใหม่ และต้นไม้ที่ถูกโค่นล้มใบไม้ก็ยังเขียว โดยต้นโกงกางแต่ละต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ประมาณ 3 นิ้ว ถึง 5 นิ้ว ผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรบนถนนสายดังกล่าวสามารถมองเห็นจากบนถนนได้อย่างชัดเจน รวมเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 3 ไร่ นอกจากนี้ยังพบว่าลึกเข้าข้างในพบมีการนำต้นจากมาปลูกอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี

จากการสอบถามชาวบ้านที่มาหาปูหาปลาในบริเวณดังกล่าว ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สนใจของนายทุน เนื่องจากอยู่ใกล้ที่ตั้งศูนย์ราชการของจังหวัดกระบี่หลายหน่วยงาน โดยพื้นที่ดังกล่าวมีการบุกรุกกันมานานและทางเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมหลายครั้ง แต่ก็พบว่ายังมีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนายทุน คนมีเงิน และมีหน้ามีตาเป็นที่รู้จักของคนในจังหวัด หากว่าเป็นชาวบ้านเข้าไปตัดไม้โกงกางต้นเดียวเพื่อนำมาซ่อมแซมบ้านก็จะถูกจับกุมทันที

ชาวบ้านรายเดิม กล่าวด้วยว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาทางนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวเพื่อไปเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสิ่งแวดล้อม ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ซึ่งน่าจะมองเห็นป่าโกงกางถูกบุกรุกอย่างแน่นอน แต่คาดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาก็ไม่มีใครคิดแก้ไขปัญหาการบุกพื้นที่นี้อย่างจริงปล่อยให้มีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นใจกลางเมือง

ขอบคุณ:Krabi United.com

กระบี่ จัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก กระตุ้นให้เยาวชน ประชาชน เกิดความตื่นตัวในการเรียนรู้ ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2553 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก จังหวัดกระบี่ ครั้ง 4 “ กระบี่กับความหลากหลายทางชีวภาพ” โดยมีนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ภายในงานได้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดกระบี่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและอนุรักษ์พันธ์ปู ทุ่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดกระบี่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่พีระกิจลิสซิ่ง จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมและให้ความรู้ภายในงาน

นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ด้วยวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ประสงค์ให้มีการเผยแพร่การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เป็นสมบัติให้มีค่าของชาวโลกตลอดไป อบจ.กระบี่ จึงได้ร่วมบูรณาการกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 4 ประจำปี 53 “กระบี่กับความหลากหลายทางชีวภาพ”

“สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อกระตุ้นให้เยาวชน ประชาชน เกิดความตื่นตัวในการเรียนรู้ที่จะร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ยั่งยืน นอกจากนี้ภายในงานได้จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมประกวดดนตรี ประกวดวาดภาพระบายสี ประกวดเรียงความ และอื่นๆ นอกจากนี้มีการเสวนา “กระบี่กับความหลากหลายทางชีวภาพ”พร้อมกับได้ทำการปล่อยพันธ์ปูและปลา จำนวน 35,000 ตัว

ขขอบคุณ:Krabi United.com

จังหวัดกระบี่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า 300 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย

นายแพทย์ จีระพันธ์ เต้พันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในปีนี้สภาพอากาศร้อนเร็วกว่าทุกปี สิ่งที่น่าห่วงคือโรคไข้เลือดออก ซึ่งมีสาเหตุมาจากยุงลาย มีข้อมูลการศึกษาพบว่า ลูกน้ำยุงลายจะกลายเป็นตัวยุงเร็วกว่าอดีตที่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน เหลือประมาณ 5 วัน ซึ่งจะทำให้ปริมาณยุงตัวโตเต็มวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 53 พบว่ามีผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้วกว่า 300 ราย พบมากในอำเภอเมือง และอำเภอเกาะลันตา ในจำนวนผู้ป่วยดังกล่าวมีรายงานการเสียชีวิต 4 ราย โดยใน 2 รายล่าสุดที่เสียชีวิต เป็นคนที่อยู่ในบ้านเดียวกัน ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้ว พบว่ายังไม่มีการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ อสม.ลงพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้ความรู้ชาวบ้าน ขอความร่วมมือจากประชาชนเพื่อช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายทั้งภายในบ้านและนอกบ้าน อาทิ ภาชนะใส่น้ำขาโต๊ะกับข้าว แจกัน จานรองกระถางต้นไม้ กระป๋อง โดยขณะนี้ได้สั่งให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวังโรคอย่างเข้มข้น หากครัวเรือนใดมีผู้ป่วยก็ให้ทำการพ่นสารเคมีรอบบ้านผู้ป่วยรัศมี 100 เมตร เพื่อตัดวงจรการแพร่ของโรค และนอกจากนั้น หากพบผู้ป่วยที่มีอาการไข้ขึ้นสูง เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปวดศรีษะ ปวดกระบอกตา หากรับประทานยาลดไข้แล้วอาการไม่ลด ให้รีบนำผู้ป่วยพบแพทย์โดยด่วน เพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป สำหรับการป้องกันนอกจากทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายแล้วก็ควรจะนอนกางมุ้งด้วยทุกครั้ง
ข้อมูลจาก :: วาสนา บัวทอง สวท. กระบี่

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดกระบี่ ทรงเปิดแพรคลุมป้าย ''โรงเรียนพระราชทานบ้านเกาะพีพี''


เวลา15.10น.วันที่ 27พฤษภาคม 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดกระบี่ โดยทรงเปิดแพรคลุมป้าย“โรงเรียนพระราชทานบ้านเกาะพีพี”และทรงตัดแถบแพรเปิด “อาคารเรียนโรงเรียนพระราชทานบ้านเกาะพีพี ”สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากระบี่ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกราบบังคมทูลรายงานการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนพระราชทนบ้านเกาะพีพี นายประสิทธิ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายเชียร ศรีเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากระบี่ข้าราชการ คณะครูนักเรียนคณะกรรมการสถานศึกษา ภาคเอกชน และประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ นายประสิทธิ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กราบบังคมทูลเบิกผู้ทูลเกล้าฯถวายเงินโดยพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานเข็มที่ระลึก จำนวน 50คน ตามลำดั

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานสิ่งของแก่ผู้อำนวยการโรงเรียนพระราชทานบ้านเกาะพีพี และผู้แทนนักเรียนชาย-หญิง 2คน พร้อมการทอดพระเนตรห้องสื่อการเรียนรู้ ห้องเรียนอาชีพการร้อยลูกปัด ทรงฉายพระรูปร่วมกับชุดคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนและทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก ทรงปลูกต้นปาริชาติ จำนวน 1ต้น บริเวณหน้าอาคารเรียนพระราชทาน ทอดพระเนตรห้องเรียนอนุบาล และห้องพยาบาล ห้องกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนและ ทรงเยียมราษฎรหมู่ที่ 7 หมู่ที่ 8 บ้านเกาะพีพีที่เฝ้าฯรับเสด็จฯ

โรงเรียนพระราชทานบ้านเกาพีพี เดิมชื่อโรงเรียนบ้านเกาะพีพี ตั้งอยู่บนเกาะพีพี ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีพื้นที่ 4 ไร่ 2 งาน 69 ตารางวา โดยได้รับบริจาคที่ดินจากนายอุเส็น ทองเกิด เริ่มเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 1กรกฎาคม พุทธศักราช 2500ในระดับประถมศึกษา ต่อมาในปีการศึกษา 2535ได้ขยายบริการทางการศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547เกิดธรณีพิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิ ในพื้นที่ 6จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ส่งผลให้อาคารเรียนของโรงเรียนบ้านเกาะพีพีได้รับความเสียหาย ต้องรื้อถอนอาคาร แบบ ป1ก ขนาด 4ห้องเรียน 1หลัง ทำให้โรงเรียนไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนห้องเรียนและการพัฒนาโรงเรียนให้อยู่ในสภาพที่ดี ทางโรงเรียนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานอาคารเรียนแบบ ค.ส.ล.3ชั้นขนาด12ห้องเรียน ใต้ถุนโล่ง จำนวน 1หลัง ซึ่งบริษัทไบเออร์สดอร์ฟ ประเทศไทย จำกัด ทูลเกล้าฯถวายจำนวน 13ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียน โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 26กรกฎาคม 2550 แล้วเสร็จในวันที่ 25กรกฎาคม 2552วงเงินก่อสร้าง 12ล้าน 8 แสนบาท มีมูลนิธิฮารนามซิงห์ ฮารบันส์กอร์(สัจจเทพ) ดูแลควบคุมการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนและท้องถิ่นร่วมบริจาคเงินในการพัฒนาโรงงเรียนอาคารเรียน อาคารประกอบให้อีกจำนวนมาก พร้อมได้รับการพระราชทานชื่อโรงเรียนใหม่ว่า “โรงเรียนพระราชทานบ้านเกาะพีพี”

ปัจจุบันโรงเรียนพระราชทานบ้านเกาะพีพี เปิดทำการสอน ในระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่3มีนักเรียน114 คน มีข้าราชการครู 10คน พนักงานราชการ 1คน ครูพี่เลี้ยง 1คน นักการภารโรง 1คน ลูกจ้างประกอบอาหาร 1คน โดยมีนายวีรวัฒน์ เชาว์แก้ว เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเรียนแบบ ค.ส.ล. ขนาด าชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี าขาดแคลนห้องเรียนและการพัฒนาโรงเรียนให้อยู่ในสภาพที่ดี โรงเรียนได้รับพระมห

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : นักข่าวท้องถิ่น และ Krabi United.com