วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แกนนำชาวบ้านต้านรุกป่าต้นน้ำกระบี่ โร่แจ้งความตำรวจหลังถูกนายทุนโทร.ข่มขู่


วันที่ 30 ก.ค.53 นายสมบัติ รอดบุตร อายุ 40 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.จรัญ แนบเพชร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ว่า มีคนปองร้ายโทรศัพท์มาข่มขู่ หลังจากเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 53 ตนพร้อมชาวบ้านได้นำเจ้าหน้าที่หน่วยประสานป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ หรือ นปม.และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กบ.1 เหนือคลอง เข้าไปตรวจยึดพื้นที่ป่าต้นน้ำที่ถูกนายทุนบุกรุก ในท้องที่หมู่ที่ 4 ต.ทับปริก เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพนมเบญจา

นายสมบัติ ให้การว่า หลังจากนำเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่ป่ารวม 3 แปลง เนื้อที่ 20 ไร่มีการปลูกปาล์มน้ำมันไปแล้ว 14 ไร่ เมื่อเดินทางกลับถึงบ้านได้มีคนโทรศัพท์เข้ามา โดยบอกว่าชื่อพงศ์ โดยบอกว่า “กล้ามีปัญหากับกู แล้วแจ้งความ ต้องคุยกันอีกยาว ไม่ต้องอยู่ร่วมแผ่นดินกัน” ซึ่งหลังจากถูกโทรศัพท์มาข่มขู่ ก็รู้สึกกลัว แต่ก็ต้องทำใจ จึงได้เดินทางมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ตนอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวมานานกว่า 20 ปีแล้ว มีอาชีพทำสวนยางสวนปาล์มด้านล่างของภูเขา ที่เป็นป่าต้นน้ำสายดังกล่าว ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้รวบรวมเงินช่วยกันซื้อท่อประปาขนาดตั้งแต่ 3 นิ้ว ไล่ไปจนถึง 6 หุน ต่อลงมายังบ้านเรือนที่อยู่อาศัยระยะทางกว่า 4 กม.น้ำที่ได้จากภูเขาใส ดื่มกินได้อย่างสบาย ซึ่งถือเป็นเหมือนบ่อน้ำของทุกคน แต่อยู่ๆ วันหนึ่งก็มีนายทุนจากต่างถิ่นอ้างว่าได้ซื้อที่ดินดังกล่าว แล้วเข้าไปแผ้วถางโดยไม่สนใจว่าชาวบ้านจะอยู่อย่างไร จึงได้รวมตัวกันไปแจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะหากไม่ทำ น้ำก็ไม่มีให้ใช้

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า ตนอยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้บุกรุกรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และชาวบ้านก็จะช่วยกันรักษาผืนป่าดังกล่าวเอาไว้ ซึ่งขณะนี้ชาวบ้าน ก็รอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อถอนต้นปาล์มออก เพื่อจะได้ปลูกไม้ทดแทนฟื้นฟูป่าให้กลับมาดังเดิม เนื่องจากขณะนี้ท่อน้ำที่ต่อขึ้นไปรับน้ำระยะทางประมาณ 300 เมตร ได้เสียหายเพราะไม้ใหญ่ล้มทับ บางจุดแตก นอกจากนั้นน้ำก็ขาดบ้างไหลบ้าง เมื่อฝนตกก็จะขุ่นมีตะกอนไม่สามารถใช้ได้ ซึ่งคงต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป

ขณะที่ ร.ต.ท.จรัฐ แนบเพชร พนักงานสอบสวนหลังรับแจ้งความก็ได้ให้นายสมบัติ ไปลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานหากเกิดเหตุร้ายขึ้น โดย ร.ต.ท.จรัญ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ เพราะเหตุยังไม่เกิดขึ้น แต่หากเกิดอะไรขึ้นมา ก็จะดำเนินการ เพราะมีเบาะแสที่ได้ลงประจำวันไว้แล้ว

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

รมว.ศึกษาฯ เยือนกระบี่ มอบนโยบายผู้บริหาร โปรยยาหอม เตรียมขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการครูอีก 5%


วันที่ 30 ก.ค.53 ที่ห้องประชุมสุดมงคล เทศบาลเมืองกระบี่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานมอบนโยบายการพัฒนาการศึกษาให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาในจังหวัดกระบี่ ประมาณ 400 คน เข้าร่วม เพื่อเร่งรัดขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจังโดยการรวมใจและบริหารจัดการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นองค์รวม ที่มีคนเป็นศูนย์กลางและใช้การศึกษาเป็นธงนำในการขับเคลื่อนพัฒนาทุกด้าน โดยมีเป้าหมายการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ตลอดชีวิต มีจุดเน้นที่ตัวผู้เรียน และมีตัวชีวัดของการพัฒนาการศึกษาทุกระดับที่ชัดเจน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วน3 เรื่อง สำหรับเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องร่วมกันขับเคลื่อน คือ

1.การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ขณะนี้ ศธ.ได้ดำเนินการจัดทำ Roodmap ขับเคลื่อนหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งได้มีการมอบหมายให้ส่วนราชการต่างๆ เป็นทั้งเจ้าภาพหลักและเจ้าภาพร่วม เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองเป็นไปตามเป้าหมาย มีแผนงานกิจกรรม งบประมาณอย่างชัดเจน สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฎิรูปการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ผอ.สพท.จะต้องนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา ให้เป็นพลังการขับเคลื่อนและเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

2.คุณภาพผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายและจุดเน้นในการศึกษา โดยได้มอบหมายให้ สพฐ.พัฒนากระบวนการเรียนรู้ หลักสูตร และกระบวนการประเมินผลคุณลักษณะของผู้เรียนให้เห็นภาพอย่างชัดเจน มุ่งเน้นการยกระดับพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้นการศึกษาอย่างชัดเจน คือ ป.1-3 นักเรียนจะต้องอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ทักษะชีวิต ป.4-6 อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิต การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ม.1-3 ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ม.4-6 ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี รักการเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ความเป็นพลเมืองดี ภาษาต่างประเทศ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ การใฝ่รู้ใฝ่ดี คิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น

และ 3.เรื่องเฉพาะหน้าที่จะดำเนินการ ให้การศึกษาเป็นธงนำในการปฏิรูปการศึกษาและนำเข้าสู่แผนปรองดอง ซึ่งเชื่อมั่นว่า เพื่อนครู จะช่วยดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ให้เป็นจริง สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเดินหน้าประเทศด้วยแผนปรองดอง และใชการศึกษาสร้างความเป็นพลเมืองดี และสร้างภาคีเครือข่าย ตลอดถึงการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดพลเมืองยุคใหม่ ที่เป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษาอยู่แล้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นขวัญกำลังให้ข้าราชการครู ทางกระทรวงฯเตรียมขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการครูอีก 5%

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

อบต.ไสไทยเปิดอาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลไสไทย กระบี่


เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 นายหราบ หง้าฝา นากยกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทยเป็นประธานพิธีเปิดอาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลไสไทย อาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลไสไทย จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๓ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพ หัตถกรรม อุตสาหกรรมในครัวเรือนและอาชีพทางการเกษตรในชุมชนตำบลไสไทยร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอยบ้านแหลมโพธิ์โดยจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆในชุมชนพร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นโดยการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายและเพิ่มผลผลิตในครัวเรือนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำไปสู่ความเข้มแข็งของกลุ่มอาชีพและครอบครัว ต่อไป

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

ประธานสมาพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ มอบสนามวอลเลย์บอลให้โรงเรียนอนุบาลอ่าวนาง


เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2553 ที่โรงเรียนอนุบาลอ่าวนาง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายเหว่ย จิชง ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ นายพงศ์โพยม วาศภูติ นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

นายชัย นิมากร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติที่กรุงเทพ

นายกิจ พฤกษ์ชะอุ่ม อุปนายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย นายชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ กรรมการบริหารสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ และรองประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย

ร่วมพิธีส่งมอบอาคารและสนามวอลเลย์บอลกลางแจ้งให้แก่โรงเรียนอนุบาลอ่าวนาง โดยมีนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวต้อนรับ นายพันคำ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง กล่าวรายงาน หลังจากนั้น นายเหว่ย จิชง เป็นประธานในพิธีมอบอาคารเรียน สนามและลูกวอลเลย์บอลให้กับ นายพันคำ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง นายอัดนัน อุสมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากบารา จังหวัดสตูล นายสุมิตร สามห้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากเม็ง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยสึนามิและได้รับการบริจาคอาคารเรียน สนามวอลเลย์บอลกลางแจ้ง พร้อมอุปกรณ์ และลูกบอลอีกโรงเรียนละ 100 ลูก ให้กับ 5 จังหวัดที่ประสบภัยสึนามิ โดยสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยจะประสานกับสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติให้การช่วยเหลือโรงเรียนที่อยู่ในโครงการโรงเรียนวอลเลย์บอลทั้ง 5 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

กระบี่เปิดอมรมหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบชายแดนใต้

วันที่ 30 ก.ค.53 นายจาตุรงค์ ปัญญาดิลก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “หลักเกณฑ์และแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ณ โรงแรมกระบี่มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีนายอำนวย โชติสกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการ กล่าวรายงาน มีผู้ปฏิบัติงานจากจังหวัดชายได้เข้ารับการอบรม จำนวน 156 คน

นายจาตุรงค์ ปัญญาดิลก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้พิจารณาอย่างเป็นระบบทั้งหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการที่มีอยู่ในปัจจุบัน และหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือเยียวยาที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนทุกด้าน รวมทั้งสำรวจความต้องการการช่วยเหลือเยียวยาการจัดทำฐานข้อมูล และการเป็นศูนย์ข้อมูลกลางของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณา กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติให้ได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างถูกต้องครบถ้วน ตลอดจนการอำนวยการ กำกับ ดูแล และเร่งรัดการปฏิบัติของส่วนราชการและองค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ และ กยต.ได้เห็นชอบให้มีการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาประจำจังหวัด อำเภอ และที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการจ้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับ กยต.ผลการประชุมครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2553 ได้เห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้างของศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาฯ จังหวัด/อำเภอ โดยให้จัดหาบุคลากรและเจ้าหน้าทีประจำศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาฯ อำเภอทุกอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (จะนะ เทพา สะบ้าย้อย นาทวี)

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กยต.ได้จัดการอบรมในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรม ซึ่งมีบุคลากรจัดจ้างใหม่เพื่อปฏิบัติงานในระดับอำเภอ/จังหวัด มีความรู้ ความเข้าใจ เบื้องต้นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

รวมทั้งวิธีปฏิบัติต่างๆ ในการจัดทำเอกสาร การจัดเก็บข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบในระดับพื้นที่ และการปฏิบัติตัวที่ต้องปฏิบัติงานอยู่ในสถานที่และสถานการณ์ที่เสี่ยงต่ออันตรายในพื้นที่ และต้องทำงานร่วมกันกับกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบฯ รวมทั้งเพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด และการมีส่วนร่วม การระดมความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานเดิมที่ประจำอยู่ที่ศูนย์เยียวยาจังหวัด เพื่อที่จะทำให้การให้ความช่วยเหลือเยียยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างประสิทธิภาพ ตลอดจนเพื่อนำข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมอบรม รายงานที่เกี่ยวข้องไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในการช่วยเหลือเยียยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แพทย์กระบี่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 เวลา 12.30 นาฬิกา นายแพทย์ อธิคม ดำดี แพทย์ประจำโรงพยาบาลกระบี่ นำแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ในโรงพยาบาลกระบี่ จำนวน 60 คน ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข โดยการเดินรณรงค์ชูแผ่นป้ายไปรอบโรงยาบาลกระบี่ แล้วมารวมตัวปราศรัยที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลกระบี่ โดยนายแพทย์ อธิคม ได้อ่านแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึกมีข้อความว่า

ตามที่กำลังจะมีการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เข้าพิจารณาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผู้ให้บริการทางการแพทย์โดยวิชาชีพแพทย์โรงพยาบาลกระบี่ ขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขด้วยเหตุผล 6 ประการคือ 1.บุคคลากรด้านสาธารณสุขไม่ได้คัดค้านการที่ผู้ป่วยจะได้รับการช่วยเหลือ เมื่อมีความเสียหายจากโรคภัยไข้เจ็บและเกิดจากกระบวนการรักษา การให้เงินช่วยเหลือเป็นการช่วยเหลือชั่วคราวไม่ยั่งยืน การช่วยเหลือที่ดีที่สุดคือการให้ผู้ป่วยกลับไปมีชีวิตที่ปกติสุขหรือใกล้เคียงมากที่สุด โดยการฟื้นฟูสุขภาพ การใช้กายอุปกรณ์ อุปกรณ์เทียม ฝึกอาชีพ แต่ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เป็นการช่วยเหลือในรูปเงินเพียงอย่างเดียว จึงไม่เหมาะสมกับการเปิดโอกาสให้บุคลากรอื่นที่แสวงหาผลประโยชน์ จากผู้ได้รับความเสียหายเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ปัญหายุ่งยากมากขึ้น

2.ใช้อินเวสติกเคชั่นหรือคณะกรรมการที่จะตัดสินว่าบุคลากรสาธารณสุขผิดหรือไม่ผิด ตามร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์และกฎหมาย ทำให้การตัดสินไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมาย 3.ถ้าการตัดสินพบว่าบุคลากรสาธารณสุขไม่ผิดผู้เสียหายก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ แต่ถ้าตัดสินว่าบุคลากรสาธารณสุขผิดก็ทำให้บุคลากรไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นการตัดสินโดยกรรมการที่ไม่รู้เรื่องในทางการแพทย์ แต่ผลการตัดสินใจสามารถนำไปเป็นข้อมูลฟ้องศาลแพ่งและศาลอาญาได้ 4.บุคคลากรทางด้านสาธารณสุขจะขาดขวัญกำลังใจ ขาดความเชื่อมมั่น ความมั่นใจ ทำงานด้วยจิตใจที่หวาดผวา กลัวการฟ้องร้องที่จะเกิดขึ้นจึงใช้วิธีการรักษาแบบปกป้องตนเองดังนี้

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ข้อ1.ปฏิเสธที่จะให้การรักษาเองใช้วิธีการส่งต่อผู้ป่วยมารับการรักษาในโรงพยาบาลจังหวัด ทำให้ต้องเข้าคิวรอนานโดยเฉพาะคิวการผ่าตัด จึงทำให้มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นจากการรอคิวนาน ข้อ 2. ค่อนข้างมากทำให้สินเปลืองค่าใช้จ่าย ผลที่ตามมาจะมีแพทย์ลาออกจากราชการหรือเปลี่ยนอาชีพ ไปประกอบอาชีพอย่างอื่นแทน ไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีภาระงานน้อยกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า จึงเกิดผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ และในที่สุดผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากคือประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนคนยากคนจน

5.เจตนารมณ์ของกฎหมายว่าต้องการลดการฟ้องร้องทางการแพทย์ แต่มีการเขียนในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข มาตรา 34 ว่ากรณีที่ผู้เสียหายหรือทายาทไม่ตกลงยินยอมรับเงินค่าชดเชย และได้ฟ้องร้องผู้ให้บริการสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ยุติการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เมื่อศาลมีคำพิจารณาถึงที่สุดให้พิจารณาจ่ายเงินจากกองทุนตามคำพิพากษา ให้จ่ายค่าสินไมทดแทน เป็นการเขียนจดหมายเพื่อชี้แนะและกระตุ้นให้ผู้รับบริการฟ้องบุคลากรสาธารณสุข นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการร่างกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ให้เห็นว่าการฟ้องบุคลากรทางการแพทย์เป็นสิ่งที่ทำได้เป็นปกติ จึงนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของระบบสาธารณสุขไทย ที่มีการบังคับใช้กฎหมายเหนือจรรยาบรรณ

6.พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข หลายฉบับมีความต้องการแอบแฝงพลังอำนาจในการให้ หรือระดมเงินมากองไว้เพื่อใช่จ่ายจะมีเอ็นจีโอ กลุ่มเดิมเข้ามามีบทบาทเป็นคณะกรรมการมากมาย รัฐต้องสูญเสียเงินส่วนหนึ่งเป็นค่าเบี้ยประชุม เบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทางดูงาน หากดำเนินการในแบบเดิม มาตรา 41 พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะใช้จ่ายน้อยกว่ามาก

นายแพทย์ อธิคม ดำดี แพทย์ประจำโรงพยาบาลกระบี่ กล่าวอีกต่อไปว่า ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองเสียหายจากกรรับบริการสาธารณสุข ทำเกิดการฟ้องร้องระหว่างผู้รับบริการสาธารณสุข และผู้ให้บริการมากขึ้น ส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกทางสังคมซึ่งขัดแย้งกับนโยบายปรองดองแห่งชาติ ที่น่ายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ในโอกาสที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ บุคคลากรทางสาธารณสุขมีความปลื้มใจและมีความหวังว่า ปัญหาในทางสาธารณสุขจะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น

เพราะนายอภิสิทธิ์ มาจากพื้นฐานครอบครัวทางการแพทย์มีบิดาเป็นบรมครูทางการแพทย์ของประเทศไทย ที่ได้อบรมสั่งสอนวิชาแพทย์และจรรยาบรรณแพทย์แก่พวกเรา และมีความรู้ความเข้าใจถึงความเป็นไปของปัญหาทางสาธารณสุขของประเทศไทยเป็นอย่างดี แต่หากการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในเรื่องพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข โดยปล่อยไปตามร่างที่กลุ่มองค์กรเอกชนบางกลุ่มผลักดัน มติคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ได้ผ่านร่างไปแล้ว จะนำไปสู่ความหายนของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ที่บรรพบุรุษของนายกรัฐมนตรี พระบำราศนราดูร เป็นผู้มีส่วนร่วมก่อสร้างขึ้นมา จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ดี

ข้อมูลจาก...Krabi United.com

วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

พายุเข้ากระบี่ หลายพื้นที่อ่วม บ้านเรือนชาวบ้าน ท่าเทียบเรือถูกพายุพัด เสียหายเพียบ

วันที่26 ก.ค.53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันของวันนี้ ได้เกิดฝนตกหนักเกือบตลอดทั้งวันและมีลมกรรโชกแรงเป็นระยะ ทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ พบว่าในบางพื้นที่มีต้นไม้หักโค่นกีดขวางเส้นทางจราจรทั้งในเขตเทศบาลเมืองและรอบนอก ทำให้ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อเคลียร์เส้นทางให้รถสัญจรผ่านไปมาได้ บางพื้นที่มีลมพายุได้พัดบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหาย

จากการตรวจสอบในพื้นที่ ตำบลทับปริก พบว่า มีบ้านเรือนของชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 10 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ที่ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ บ้านเรือนของชาวบ้านเสียหายประมาณ 20 หลังคา ที่ตำบลคลองเขม้า เสาคลื่นส่งสัญญาณวิทยุชุมชน หักโค่น และที่ตำบลเกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง สะพานท่าเทียบเรือ ถูกพายุพัดหอบกระเบื้องมุงหลังคาลงทะเล เหลือแต่โครงเหล็ก และบ้านเรือนของชาวบ้านอีกหลายหลัง และ

นอกจากนี้ที่หน้าปากอ่าวแม่น้ำกระบี่ พายุได้ซัดเรือโดยสารที่วิ่งมาจากเกาะพีพี เพื่อส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือกระบี่ เกยตื้นกลางปากอ่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งช่วยลำเลี้ยงผู้โดยสารขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางคลื่นลมแรง โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้แจ้งเตือนไปยังชาวเรือให้ระมัดระวังในการเดินเรือ และให้ประชาชนที่อยู่ตามพื้นเสี่ยงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในช่วงนี้จังหวัดกระบี่เริ่มมีฝนตกหนัก และติดต่อกัน

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวไทยชี้ รัฐปลอดล็อก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั่วไทยการท่องเที่ยวโลด

วันที่ 26 ก.ค.53 นายธนวัฒน์ ทองเพิ่ม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวหลังการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในระหว่างเดินทางมาร่วมทอล์กโชว์ ภายในงาน SMEs ไทยเข้มแข็ง จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และหอการค้าจังหวัดกระบี่ ณ โรงแรมกระบี่มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์สปารีสอร์ท จังหวัดกระบี่ ว่า



สถานการณ์การท่องเที่ยวหลังจากที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ได้ยุติลง ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นตามลำดับคล้ายกับไต่ขั้นบันได หลังจากแน่นิ่งไปชั่วขณะในช่วงการชุมนุม ประกอบกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนได้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นรายหลักตัวหนึ่งของประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้



อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ กล่าวอีกว่า แต่ปัจจัยหนึ่งที่ยังเป็นตัวฉุดภาคการท่องเที่ยว คือ การที่ทางรัฐบาลยังไม่ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกจังหวัด ยังคงไว้บางจังหวัด ทำให้นักท่องเที่ยวยังขาดความเชื่อมั่นที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในกลุ่มยุโรป



ส่วนนักท่องเที่ยวในกลุ่มเอเชียเริ่มคลายความกังวลไปแล้ว ต่างเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และเชื่อว่า เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งหมด เชื่อว่า นักท่องเที่ยวจะเกิดความเชื่อมั่นและเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงนี้ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวไทย

“หลายๆ จังหวัดพยายามโปรโมตการท่องเที่ยว รวมถึงจังหวัดกระบี่ ที่มองว่า ยังได้เปรียบหลายๆ จังหวัด ที่มีธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเลที่สวยงาม เป็นทางเลือกลำดับต้นๆของนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็คือ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวด้วยกันเอง ทำการขายแพกเกจตัดราคากัน โดยไม่บอกถึงรายละเอียดกับนักท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อแพกเกจในราคาถูกแล้ว ไม่ได้อย่างที่คาดหวัง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับการทำธุรกิจท่องเที่ยวในระยะยาวได้ จึงขอฝากไปยังผู้ประกอบการ เสนอขายแพกเกจจะต้องชี้แจงรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึกในภายหลัง และว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในปีนี้ภาพรวมพอๆกับปีที่ผ่านมา”

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ หลังจากหยุดชะงักไปช่วงระยะหนึ่งที่มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เริ่มดีขึ้นตามลำดับ หลังจากที่ได้ออกไปทำตลาดในหลายพื้นที่ร่วมกับจังหวัดกระบี่ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวภายในจังหวัด ทั้งสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ และ ททท.สำนักงานกระบี่ ได้จับมือกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ในแพกเกจราคาถูก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีกรุ๊ปทัวร์เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 40 บัส เงินสะพัดหลายล้านบาท

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

เกิดฝนตกหนักและลมพัดแรง ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถบรรทุกสิบล้อ ทำให้คนงานเสียชีวิตคาที่ 1

เวลา 11.00 น.วันที่ 26 ก.ค.53 พ.ต.ท.ธงชัย เส้งรอด สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ได้รับแจ้งมีต้นไม้ล้มทับคนเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม สายกระบี่-อ่าวลึก ม.1 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขกระบี่ มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ที่เกิดเหตุเป็นถนนสี่เลน ห่างจากวัดบ้านทุ่งประมาณ 100 เมตร พบต้นไม้ขนาดใหญ่ ล้มขวางถนนทับรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 80-9520 สงขลา ของห้างหุ้นส่วนจำกัด รุ่งโรจน์เฟอร์นิเจอร์ ที่บรรทุกเฟอร์นิเจอร์มาเต็มคันรถ จอดเสียหลักอยู่บนถนน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนด้านท้ายรถบรรทุกพบศพ นายสุรัช ยีหมัดอะลี เป็นคนงานแบกสินค้า อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 ม.2 ถนนบางแฟนพัฒนา ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถูกต้นไม้ล้มทับศีรษะเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องเลื่อยยนต์ ตัดต้นไม้ออก และใช้รถตักดิน เคลียร์ต้นไม้ออกจากถนน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงเปิดการเดินรถได้

สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนักลมพัดแรง ขณะรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวขับมุ่งหน้าไปอำเภออ่าวลึก มาถึงที่เกิดเหตุ เชือกมัดผ้าเต็นท์คลุมรถหลุด คนขับได้จอดรถให้คนงานที่มาด้วยกัน 3 คนลงไปผูกเชือกหลังรถให้แน่น ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นต้นนุ่น ลมครืนลงมา เพื่อนๆ ของ นายสุรัช เห็นก่อนต่างวิ่งหลบหนีเอาตัวรอด พร้อมตะโกนให้ นายสุรัช วิ่ง แต่ นายสุรัช วิ่งหลบหนีไม่ทันถูกต้นไม้ล้มทับเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อญาตินำศพไปดำเนินการต่อไป

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อบจ.กระบี่ เปิด การประชุมสัมมนาเครือข่ายผู้ดูแลเด็กเพื่อพัฒนาเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดกระบี่

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 ที่ห้องประชุมช้างเผือก สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิด “การประชุมสัมมนาเครือข่ายผู้ดูแลเด็กเพื่อพัฒนาเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดกระบี่” เครือข่ายผู้ดูแลเด็กเพื่อพัฒนาเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดกระบี่ และสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดกระบี่


โดยมีนางผ่องโสม คลองยวน ตัวแทนเครือข่ายผู้ดูแลเด็กเพื่อพัฒนาเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดกระบี่ มีผู้เข้าร่วมประชุมจากศูนย์พัฒนาเด็กในจังหวัดกระบี่ 137 ศูนย์ จำนวน 570 คน เข้าร่วมในการประชุม และได้รับเกียรติจากวิทยากรจากสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดกระบี่, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่, สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและพัฒนากิจกรรมเยาวชน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

หน่วยป้องกันป่ากระบี่ ตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในช่องตะวันตก ม.1 ต.เขาคราม

 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ กบ.1 (เหนือคลอง) กระบี่ สนธิกำลังร่วมกับหน่วยประสานงานป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้จังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในช่องตะวันตก ม.1 ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ หลังชาวบ้านร้องเรียนนายทุนบุกรุกปรับพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันและยางพารากว่า 500 ไร่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบมีการบุกรุกแค่ 3 ไร่ ส่วนอีก 100 ไร่เคยตรวจยึดพื้นที่คืนแล้ว เมื่อปี 51 แต่ยังไม่ได้ทำลายผลอาสิน ยอมรับมีการลักลอบต่อเนื่องแต่เจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนรู้เห็น

วันที่ 23 ก.ค.53 นายปริวัฒน์ แป้นย้อย รักษาการหัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ จ.กระบี่ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ พิศพรรณ รักษาการหัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ กบ.1 (เหนือคลอง) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวน 20 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าในช่องตะวันตกสาย3 ท้องที่หมู่ที่ 1 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ ภายหลังชาวบ้านร้องเรียน ว่ามีนายทุนลักลอบเข้าทำปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา และอาสินอื่นๆ รวมเนื้อที่กว่า 500 ไร่ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งที่ผู้ว่าราชการหวัดกระบี่ได้เข้าตรวจยึดพื้นที่คืนด้วยตนเองเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2553 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อไปถึงบริเวณป่าสงวนฯ ใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูง เป็นถนนดินแดงสองข้างทางพบต้นปาล์มขนาดใหญ่อายุประมาณ 4-5 ปี จำนวนหลายสิบต้น ห่างจากจุดดังกล่าวไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร ใกล้หุบเขาพบมีการปรับพื้นที่จนเตียนโล่งเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ และมีการปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมันจำนวนประมาณ 50-60 ต้น ระหว่างแนวต้นปาล์มก็มีการปักต้นอ้อยอยู่ทั่วบริเวณ นอกจากนั้นพบว่าร่องรอยบุกรุกใหม่ๆอีกประมาณ 3 ไร่ มีการบากโคนต้นไม้ใหญ่ๆ และราดยาฆ่าตอทิ้งไว้ ประมาณ 4-5 ต้น รวมทั้งพ่นยาฆ่าหญ้าบริเวณโดยรอบ แต่ขณะทำการตรวจสอบไม่พบตัวผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เข้าตรวจสอบบริเวณที่มีการถอนพันธุ์ไม้ที่ปลูกไว้เมื่อวันที่24 มิถุนายน 53 พบว่าถูกลักลอบถอนออกไปบางส่วน และพบว่าป้ายประกาศยึดพื้นที่ก็ถูกรื้อถอนทิ้งไปจำนวน 1 แผ่น จากที่ปักไว้ทั้งหมด3 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่มีการทำลายผลอาสินแต่อย่างใด

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบมีการบุกเพิ่มประมาณ 3 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่มีการร้องเรียน เคยมีการจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว เมื่อประมาณปี 2551 ยึดพื้นที่ได้ 41 ไร่ 2งาน 35 ตารางวา และล่าสุดในวันที่5 มีนาคม ก็ยึดคืนอีก 43ไร่ 1งาน 35 ตารางวา รวมพื้นที่ยึดคืนแล้วทั้งหมดประมาณ 100 ไร่ และขณะนี้อยู่ระหว่างรอการสำรวจเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ที่ทำกิน ให้แก่คนยากจน หรือ สทก.แต่ยังอยู่ระหว่างการสำรวจ ยังไม่มีการออกให้ราษฎร จึงทำให้อาจมีการลักลอบเข้ามาทำประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด

สำหรับต้นปาล์มน้ำมันอายุประมาณ 2 ปี ที่ปลูกในเขตพื้นที่ 45 ไร่ ที่ผู้ว่าราชการเข้ายึดพื้นที่คืนเมื่อวันที่5 มีนาคมนั้น เจ้าหน้าที่รายเดิมระบุว่า เป็นต้นปาล์มที่ยึดแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำลาย จึงทำให้ต้นปาล์มน้ำมันโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

สนง.คุ้มครองสิทธิฯกระบี่และหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2553 ห้องประชุมปกาสัย ศาลากลางจังหวัดกระบี่ นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการให้ความรู้แก่ผู้และประกอบธุรกิจที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประกาศให้เป็นธุรกิจที่ควบคุมด้านสัญญา เพื่อส่งเริมให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคทราบถึงสิทธิและหน้าที่ต่างๆตามกฎหมาย โดยมีผู้บริโภค และผู้ประกอบการในเขตอำเภอเมืองกระบี่ เข้าร่วมอบรมจำนวน 100 คน

นายชัยวัฒน์ สุวรรณยอด อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคจะเกิดความเป็นธรรมในสังคมได้ เมื่อผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคมีอำนาจและความเข้มแข็งเท่ากัน ถ้าหากผู้ประกอบธุรกิจขาดความรับผิดชอบในการผลิต ประกอบกับกระบวนการผลิตมีความสลับซับซ้อนเกินความสามารถที่ผู้บริโภคจะใช้ความรู้ความสามารถในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าได้ ส่งผลให้ผู้บริโภคขาดอำนาจต่อรองในทางเศรษฐกิจดังนั้นสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดกระบี่ สำนักอัยการจังหวัดกระบี่ ร่วมกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดกระบี่ จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมให้ความรู้แก่ผู้บริโภค และผู้ประกอบกิจการที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประกาศให้เป็นธุรกิจที่ควบคุมด้านสัญญา เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีอำนาจและความเข้มแข็งเท่ากัน และเพื่อผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคทราบถึงสิทธิและหน้าที่ต่างๆตามกฎหมายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อกระตุ้นความตื่นตัวในการคุ้มครองผู้บริโภคของผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และจำหน่ายและบริโภคให้ตระหนักถึงความสำคัญด้านสัญญา เพื่อสร้างเครือข่ายการประสานคุ้มครองผู้บริโภคระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนภาคประชาชน และองค์กรคุ้มครองผ็บริโภคต่างๆให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

รองผู้ว่าฯกระบี่ สัมมนามหกรรมหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการเปิด การประชุมสัมมนา มหกรรมหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน : รวมใจไทยทั้งชาติ พิทักษ์ราชด้วยภักดี โดยมีผู้นำชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน 102 หมู่บ้าน เลานุการศตส. รวมทั้งสิ้น 160 คน เข้าร่วมสัมมนา มีนายสมาน แสงสอาด ปลัดจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน

นายสมาน แสงสอาด ปลัดจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า มติที่ประชุม ป.ป.ส. ครั้งที่ 3/2553 วันที่ 11 มิถุนายน 2553 ได้เห็นชอบให้มีการดำเนินการด้วยการเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมให้มากขึ้นให้สอดคล้องกับแนวทางการปรองดอง สมานฉันท์ของรัฐบาล โดยใช้การแก้ไขปัญหา ยาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญ ประกอบกับในโอกาสวันแม่แห่งชาติ รัฐบาลได้กำหนดให้มีการจัดงานให้สมพระเกียรติ จึงให้มีการดำเนินงานโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเทิดทูนสถาบันฯ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงพระราชกรณีกิจที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย โดยจะนำหมู่บ้าน/ชุมชน ที่อาสาร่วมกันเป็นหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ถวายความจงรักภักดี ทั้งหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินปัจจุบัน จำนวน 10,360 หมู่บ้าน/ชุมชน และหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการสมทบทุนกองทุนแม่ของแผ่นดินเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

นายสมาน แสงสอาด ปลัดจังหวัดกระบี่ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จุดเริ่มต้นของโครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน มาจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง ให้กับเลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อให้กับราษฎรอาสาป้องกันภัยยาเสพติดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อราษฎร ปวงชนชาวไทย รวมทั้ง ความห่วงใยต่อปัญหายาเสพติดเช่นนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. จึงได้นำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ดังกล่าว สมทบกับงบประมาณของสำนักงาน ป.ป.ส. จัดทำเป็นกองทุน เพื่อให้กับหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เรียกชื่อว่า กองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งเป็นโครงการที่มีจิตวัญญาณของความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

อุดมการณ์กองทุนแม่ของแผ่นดิน คือ อุดมการณ์ของการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเชิงคุณภาพ โดยรวมพลังของชุมชน เข้าแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยจิตใจที่พึ่งตนเองและฟื้นฟูทุนทางสังคมของหมู่บ้าน/ชุมชน ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นตามสภาพของมิติทางสังคม – วัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ให้ยึดโยงกับความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน พลังเหล่านี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการทำให้กองทุนแม่ของแผ่นดินเพิ่มพูนขึ้นด้วยความศรัทธาและปัญญาของชุมชน จนหล่อหลอมแนวความคิด อุดมการณ์ร่วมชองชุมชนเป็นหนึ่งเดียว และพัฒนาไปสู่การแก้ไขปัญหาพื้นฐานตามยุทธศาสตร์พระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถือเป็นกรอบการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมทุกด้านของสังคมมีจุดมุ่งหมายของการดำเนินงานเพื่อระดมประชาชนสาขาอาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศ ร่วมกันแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ด้วยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ และร่วมระดมทุน เพื่อสมทบทุนกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนสนองพระราชปณิธาน

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

สส.กระบี่ เปิดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย แห่งใหม่

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในการเปิด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยแห่งใหม่

ตั้งอยู่ที่ ตำบลทับปริก หมู่ 6 บ้านคลองใหญ่ ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยมีนายศุภชัย เกิดสุข กำนันตำบลทับปริก กล่าวรายงาน

นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่าตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทสวรรษที่สองเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2552 ตามยุทธศาสตร์ และมาตรการการพัฒนาครูคณาจารย์ การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิตการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ข้อเสนอดังกล่าวมีประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงถึงความจำเป็นที่ต้องใช้ กศน.ตำบล เป็นกลไกขับเคลื่อนภารกิจการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา การพัฒนาการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ การพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนในการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยจัดให้มีศูนย์การศึกษาตลอดชีวิต เพื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมในพื้นที่ระดับหมู่บ้านหรือชุมชนทั่วประเทศ เพื่อเติมเต็มระบบการศึกษาให้รองรับการเป็นสังคมการเรียนรู้อย่างแท้จริง

คุณจุรีรัตน์ โพธิ์วิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองกระบี่กล่าวว่า กศน. อำเภอเมืองกระบี่ เป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่มีภารกิจในการส่งเสริมสนับสนุน และจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาเยาวชน กศน. ที่อยู่นอกระบบโรงเรียนและพัฒนาสถานศึกษาในระดับตำบลเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวันมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว สังคม ชุมชนและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติต่อไป.

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทุนลอบรุกป่าในช่องต้นน้ำท่าปอมคลองสองน้ำ กระบี่

แฉนายทุนลอบรุกป่าในช่องต้นน้ำท่าปอมคลองสองน้ำ กระบี่ ห่างจากสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ประมาณ 5 กม. จ่ายหัวละ 3-4 หมื่นบาท แลกกับการเข้าทำประโยชน์

วันที่ 22 ก.ค.53  ด.ต.ระวิ เครือแก้ว อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168 ม.7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมชาวบ้านตำบลเขาคราม ได้เข้าสำรวจบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าในช่องตะวันตก ถนนสาย 3 รอยต่อระหว่าง ตำบลเขาคราม และตำบลเขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ ภายหลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เข้าตรวจสอบและยึดพื้นที่คืน พร้อมปลูกต้นไม้ทดแทน เนื้อที่ 45-1-55 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา พร้อมปักป้ายประกาศห้ามมิให้มีการเข้าทำประโยชน์ใดๆในพื้นที่ หลังทราบว่ามีเจ้าของที่ทำการถอนต้นไม้ที่ปลูกทดแทนทิ้ง

จากการตรวจสอบในเบื้องตนพบว่าพื้นที่ที่มีการปลูกพันธุ์ไม้ฟื้นฟูสภาพป่า จำนวน 2,000 ต้น ที่ชาวบ้านปลูกไว้ ถูกถอนทิ้งไปเป็นจำนวนมาก ส่วนต้นไม้ใหญ่บริเวณใกล้เคียงก็มีรอยบากโคนต้นให้ยืนต้นตาย ห่างจากจุดดังกล่าวประมาณ 3 กิโลเมตร พบมีการปรับพื้นที่ปลูกต้นปาล์มน้ำมันอายุ ประมาณ 1-2 ปี ยางพาราอายุ ประมาณ 3 ปี และอีกแปลงปลูกต้นทุเรียน รวมเนื้อที่ถูกบุกรุกกว่า 400-500 ไร่ และยังมีการแผ้วถางป่าเป็นแนวและปักไม้รอปลูกปาล์มน้ำมันและยางพาราอีกหลายสิบแปลง รวมเนื้อที่นับพันไร่ ทั้งที่พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีการปักป้ายประกาศห้ามเข้าทำประโยชน์

ด.ต.ระวิ กล่าวว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าในช่องตะวันตก มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,000 กว่าไร่ เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของท่าปอมคลองสองน้ำ ที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก แต่ถูกบุกรุกอย่างต่อเนื่อง รวมแล้วเกือบหนึ่งพันไร่ โดยเฉพาะป่าด้านในช่องรอยต่อตำบลเขาครามและตำบลเขาทอง ทั้งที่อยู่ใกล้กับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 ซึ่งแปลงที่มีการปรับพื้นที่ทำประโยชน์อยู่นั้น ก็อยู่ในเขตป่าสงวน แต่ที่สามารถทำได้เพราะว่า มีการจ่ายเงินเงินกัน ส่วนใครไม่มีเงินให้แบ่งพื้นที่ที่มีการทำประโยชน์และปลูกผลอาสินแล้วให้กับเจ้าหน้าที่

ด้านนายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว มีการตรวจยึดพื้นที่คืนแล้ว 45 ไร่ เศษ และแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สภ.เมืองกระบี่ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2553 หากมีการเข้าทำประโยชน์ก็สามารถเข้าดำเนินจับกุมได้ทันที ซึ่งหลังจากนี้จะประสานสำนักงานการทรัพยากรป่าไม้ที่12 สาขากระบี่ ซึ่งดูแลพื้นที่เข้าตรวจสอบต่อไป

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

เจ้าของบริษัททัวร์ พบแมลงหน้าคน รูปร่างสีสันสวยงาม มีลำตัวรูปใบหน้าคน ตา จมูก ปาก ทรงผม

วันที่ 21 ก.ค.53 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีคนพบแมลงประหลาด ปีกมีลักษณะเหมือนหน้าคน ที่บริเวณป่าหลังห้องเช่า เลขที่ 282/1 ม.2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ และได้พบกับนายอลงกต เอี๋ยวบำรุง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ม.2 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นคนพบแมลงประหลาด พร้อมได้นำแมลงตัวดังกล่าวมาให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่าเป็นแมลงลักษณะแปลกประหลาดลำตัวยาวประมาณ 2 เซนติเมตร มีรูปร่างคล้ายตัวหิ่งห้อย มีสีสันสดใสสวยงาม สีดำ-ส้ม มีขา 6 ขา หนวด 2 เส้น ลำตัวบนปีกมีสีส้มสลับดำ ที่น่าแปลกคือ บนปีกด้านหลังมีลักษณะคล้ายใบหน้าของมนุษย์ มีจุดดำ 3 จุด คล้าย ตา จมูก ปาก และทรงผมสีดำ ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกอย่าง สร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก และชาวบ้านที่เห็นก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนหน้าคนไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และไม่ทราบว่าเป็นแมลงชนิดใด

นายอลงกตกล่าวว่า คนที่พบแมลงชนิดนี้คนแรก คือ ลูกสาวชื่อ ด.ญ.กชกร เอี๋ยวบำรุง อายุ6 ขวบ ขณะที่ลูกสาวกำลังเดินเล่นอยู่หลังบ้าน ได้เหลือบไปเห็นแมลงดังกล่าวเกาะอยู่ตามต้นไม้ซึ่งอยู่ใกล้กับสวนยางจึงเรียกให้ตนเข้าไปดู และต้องตะลึงเมื่อเห็นแมลงเป็นรูปหน้าคล้ายคน เหมือนผู้ชายมาก ถือว่าแปลกมาก จึงได้จับใส่ขันพลาสติกไว้สองตัว ส่วนตัวที่สามได้บินหนีไปก่อน แต่ตนจะไม่เก็บเอาไว้ ซึ่งหลังจากนี้จะนำไปปล่อยไว้ที่เดิม

สำหรับบริเวณหลังบ้านนั้นอยู่ใกล้กับสวนยางพารา และมีป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่ติดกับภูเขา และอยู่ใกล้ชายหาดอ่าวนางแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของกระบี่ และเชื่อว่าจะมีแมลงชนิดอาศัยอยู่อีกหลายตัว จึงอยากให้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมลงได้ตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นแมลงชนิดใด

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

จังหวัดกระบี่ออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่อำเภออ่าวลึก

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2553 นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการ เดินทางมาออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ ณ.โรงเรียนบ้านถ้ำเพชร หมู่ที่ 6 ตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ โดยมีนายประสิทธิ์ ภูชัชวนิชกุล นายอำเภออ่าวลึก กล่าวรายงาน

นายประสิทธิ์ ภูชัชวนิชกุล นายอำเภออ่าวลึก กล่าวว่า โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ เป็นการยกส่วนราชการต่างๆในจังหวัด มาออกหน่วยให้บริการแก่ประชาชนถึงพื้นที่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ส่วนราชการได้ออกไปเยี่ยมเยียนและแก้ไขปัญหาของราษฎรในพื้นที่ โดยกำหนดออกไปให้บริการเดือนละ 1 ครั้ง ให้ครบทั้ง 8 อำเภอ เป็นการออกไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดกระบี่ และตอบปัญหาต่างๆแก่ประชาชนที่อยู่ห่างไกล ให้ได้รับการบริการจากทุกส่วนราชการ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังตัวจังหวัด และยังได้รับทราบถึงปัญหาต่างๆของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ห่างไกล เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

การเดินทางมาให้บริการในครั้งนี้ ทางภาคเอกชนและส่วนราชการต่างๆของจังหวัดกระบี่ ก็ได้ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาให้บริการแก่ประชาชนด้วย เช่น ทางคณะเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ก็ได้นำข้าวสาร อาหารแห้งและสิ่งของสงเคราะห์มามอบให้กับผู้ยากจน , ผู้ด้อยโอกาส , ทางสำนักงานประกันภัยก็ได้มาให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน , ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองกระบี่ ก็ได้นำสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ มาจำหน่าย เช่น เสื้อบาติก , เครื่องแกง , ปลาเค็ม , ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่ก็ได้มีการบริการต่อทะเบียนรถยนต์ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดกระบี่ได้นำสินค้าราคาถูกมาจำหน่าย

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

กระทรวงไอซีที ร่วมมือกับ 6 หน่วยงานในสังกัด เป็นแกนนำหน่วยงานรัฐเปิดโครงการถวายพระพรออนไลน์

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยภายหลัง การประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอให้มีการจัดทำโครงการถวายพระพรออนไลน์ โดยมีกระทรวงฯ และ 6 หน่วยงานในสังกัด เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดทิศทาง นโยบาย และด้านการบริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้กับประชาชนที่มีความประสงค์จะใช้ช่องทางการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถผ่านการถวายพระพรออนไลน์ โดยเป็นการร่วมกันเปิดช่องทางการบริการถ่าย e-Postcard ในทุกสำนักงานสาขาของกระทรวงฯ ศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน และหน่วยงานในสังกัดทุกแห่งทั่วประเทศ

สำหรับการดำเนินกิจกรรมฯ นั้น กระทรวงไอซีทีได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด คือ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) จัดทำหน้าเว็บไซต์ถวายพระพรออนไลน์ สำหรับการนำลงบนหน้าแรกของเว็บไซต์แต่ละหน่วยงาน โดยขอความร่วมมือให้ส่วนราชการระดับกระทรวงทุกกระทรวงและหน่วยงานในสังกัด จังหวัด องค์กรขอรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรส่วนท้องถิ่น ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคเอกชน นำหน้าเว็บไซต์ถวายพระพรออนไลน์ของกระทรวงฯ ไปปรับลงให้บริการในเว็บไซต์ของหน่วยงานด้วย ซึ่งสามารถดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์ถวายพระพรออนไลน์นี้ได้ที่ www.ohmpps.go.th, www.ourking.in.th และกระทรวงฯ จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลการถวายพระพรออนไลน์พร้อมจัดเก็บข้อมูลมาไว้ ณ ระบบจัดเก็บข้อมูลของกระทรวงฯ พร้อมกันนี้จะเปิดให้บริการเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรบนเว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งจัดตั้งซุ้มบริการประชาชนผู้มาติดต่อ ณ ที่ตั้งของหน่วยงาน สำนักงานสาขาของกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดประมาณ 2,000 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงฯ จะรวบรวมข้อมูลภาพและข้อความที่มีผู้ร่วมถวายพระพรมาจัดทำเป็นข้อความ “ทรงพระเจริญ” ทูลเกล้าถวายด้วย โครงการถวายพระพรออนไลน์นี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม – ธันวาคม 2553

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คนซื้อบ้านเอื้ออาทร กระบี่ ทวงถามหาบ้าน หลังพบโครงการหยุดชะงักนานหลายปี เสียเงินผ่อนหลายพันบาท

นายชนะพล ศรีบุญเรือง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 239 ม.5 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ ได้นำผู้สื่อข่าวไปสำรวจสถานที่ก่อสร้างบ้านเอื้ออาทร ม.11 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ หลังทราบว่าโครงการก่อสร้างหยุดชะงักมานานกว่า 1 ปี แต่ทางการเคหะแห่งชาติไม่ได้แจ้งให้ทราบ โดยพบสภาพพื้นที่โครงการมีร่องรอยการปรับพื้นบริเวณกว้างเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ มีหญ้าขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ พบเพียงเสาปูนซีเมนต์เก่าๆ วางอยู่เรียงราย และนอกจากนั้นก็ยังมีท่อซีเมนต์ขนาดใหญ่กองอยู่จำนวนหนึ่ง

นายชนะพลกล่าวว่า ตนได้ทำสัญญาผ่อนชำระบ้านเอื้ออาทร กับการเคหะแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2549 หลังจากนั้นได้ผ่อนชำระเรื่อยมา เดือนละ 300 บาท ได้ประมาณ 1 ปี โดยในขณะนั้นพบว่าผู้รับเหมาการก่อสร้าง เริ่มเข้าทำการปรับพื้นที่ และตั้งแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้าง ซึ่งตอนนั้นมีโครงการก่อสร้างกว่า 1,000 ยูนิต จึงทำให้ตนและสมาชิกคนอื่นๆ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ชาวบ้านจนๆ จะได้มีบ้าน

อยู่มาวันนี้เข้ามาดูสถานที่โครงการก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะตอนนี้เหลืออยู่เพียงที่ว่างเปล่า สอบถามไปยังสำนักงานการเคหะแห่งชาติที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าจะสร้างต่อหรือไม่ ทำให้ตนรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก หากมีการยกเลิกก็ควรที่จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือส่งหนังสือมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อชาวบ้านจะได้ไม่ต้องรอคอยอย่างไม่มีกำหนด

ด้าน นายสมบัติ ศรีน้อย สมาชิกบ้านเอื้ออาทรอีกรายหนึ่งกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีการแจ้งว่ามีการยกเลิกแต่อย่างใด แต่พอเข้าไปดูพื้นที่กลับพบว่าไม่มีอะไรอยู่เลย แม้กระทั่งแคมป์ก่อสร้าง คาดว่าหยุดการดำเนินการมานานเกือบ 2 ปี แล้ว เพราะมีหญ้าปกคลุมอยู่เต็มพื้นที่ จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงด้วย และจะได้ติดตามทวงเงินที่จ่ายไปแล้วก่อนหน้านี้นับพันบาทกลับด้วย

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

ตชด.ที่ 426 ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตรวจป่าบ้านหนองคล้า หลังชาวบ้านร้องเรียนนักการเมืองท้องถิ่นบุกรุก เจอรถแบ็กโฮกำลังปรับพื้นที่ ยึดไว้เป็นหลักฐาน

วันที่ 20 ก.ค.53 พ.ต.ท.ชนวีร์ เกื้อพันธุ์ รองผบ.หมวด กองร้อย ตชด.ที่ 426 นายศิริเดช เกลียงทอง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กบ.1 (เหนือคลอง) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 20 นาย เข้าตรวจพื้นที่ป่าหมู่ที่ 7 บ้านหนองคล้า ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในตำบลกระบี่น้อย เข้าบุกรุกและอ้างตัวเป็นเจ้าของพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าซึ่งเป็นทางสูงชัน ห่างจากถนนลูกรังประมาณ 500 เมตร พบรถแบ็กโฮสีเหลือง ยี่ห้อโคเบลโก กำลังปรับพื้นที่ และพบรถกระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อโตโยต้า ป้ายทะเบียน บต-9773 กระบี่ ซึ่งเป็นรถที่ใช้บรรทุกน้ำมัน ส่วนคนขับรถแบ็กโฮและรถกระบะเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้วิ่งหนีออกนอกพื้นที่อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเข้าตรวจยึด

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทราบว่า รถกระบะและรถแบ็กโฮเป็นของนายมณเทียน กาญจนะ อยู่บ้านเลขที่ 196 ม.2 ต.ตลิ่งชั้น อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยรับจ้างปรับพื้นที่ป่าให้กับนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในตำบลกระบี่น้อย เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันจำนวน 15 ไร่เศษ อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งเขาพนมเบญจา รอยต่อกับป่า พ.ร.บ.2484 ตามมาตรา 1 ห้ามปลูกสร้าง แผ้วถาง และห่างจากพื้นที่ที่มีการบุกรุกซึ่งเป็นพื้นที่ติดกันยังมีการปลูกปาล์มนำมันจำนวนหลายแปลง อายุปาล์มน้ำมันประมาณ 4 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่พร้อมของกลางรถแม็กโคและรถกระบะ ทำบันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ดำเนินการต่อไป

สำหรับพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสาธารณะประโยชน์ ซึ่งทางสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่ กองบำรุงพันธุ์สัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ในการดูแลพื้นที่ จำนวน 3,641 ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 13 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่

ด้าน นายถาวร นกทวี หัวหน้าหน่วยสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่ กล่าวว่า พื้นที่จำนวน 3,641 ไร่ ที่ทางสถานีขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ทางสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่มีหน้าที่ดูแลเฉพาะพื้นที่ แต่ในส่วนอำนาจการจับกุมนั้นเป็นของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมีชาวบ้านและนายทุนเข้าไปปรับพื้นที่เพื่อทำการปลูกปาล์มน้ำมันและยางพารา ทางสถานีฯในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้เข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เหนือคลอง จำนวน 4 คดีด้วยกัน นอกจากนั้นยังประสานงานไปยังผู้นำท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านให้เข้ามาช่วยดูแลพื้นที่ป่า

แต่ต้องยอมรับว่าการบุกรุกพื้นที่ป่ายังมีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องจักรดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เพื่อปลูกพืชทางการเกษตร ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกนายทุน การป้องกันดูแลของเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่ ลำบากมากเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่จริงๆ 3 คนเท่านั้น ที่เหลือเป็นลูกจ้าง สิ่งที่ต้องการในเวลานี้คืออยากให้ทางจังหวัดกระบี่รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีอำนาจการจับกุมและปราบปรามเข้ามาดำเนินการอย่างเด็จขาดเสียที่ หากให้ทางสถานีดูแลก็คงจะดูแลได้เพียงอย่างเดียว เพราะอำนาจการจับกุมไม่ได้อยู่ที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์กระบี่ ทำได้อย่างเดี่ยวคือแจ้งความร้องทุกไว้เท่านั้น

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ชาวบ้าน ม.4 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ รวมตัวประท้วงคัดค้านการก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่

 ชาวบ้าน ม.4 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ รวมตัวประท้วงคัดค้านการก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่ หลังทราบมีการอนุญาตก่อสร้างแล้ว เหตุสถานที่ก่อสร้างใกล้ชุมชนหวั่นเกิดมลภาวะและเกิดน้ำเสียส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตร ของชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.53 ชาวบ้านหมู่ที่4 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ และชาวหมู่บ้านใกล้เคียง ประมาณ 60 คน นำโดย วิมล ช่อไม้ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ม.4 ต.เขาพนม อ.เขาพนม ได้เดินทางมารวมตัวกัน ที่ บริเวณสถานที่ก่อสร้าง โรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน ของบริษัทแห่งหนึ่ง อยู่ริมถนนสายเหนือคลอง-ชัยบุรี หลักกิโลเมตรที่ 15

โดยนำป้ายไวนิลขนาด กว้างประมาณ 1 เมตร ยาว 3 เมตร เขียนข้อความว่า เขตปลอดโรงงาน ชาวบ้านหมู่ที่สี่ คัดค้านการก่อสร้างโรงงาน เพราะเกรงว่าจะเกิดผลภาวะทางเสียง ควัน และน้ำเสีย ที่ปล่อยจากโรงงาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับหมูบ้านใกล้เคียงมาแล้ว

นายวิมล แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า สาเหตุที่ตนและชาวบ้านได้ร่วมกันออกมาคัดค้านเนื่องจากทราบว่า ทางนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลเขาพนม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ได้มีการอนุมัติให้บริษัทเอกชนรายหนึ่งเข้ามาทำการก่อสร้างโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันในพื้นที่ 1.5 ไร่ และบริเวณที่ก่อสร้างอยู่ติดกับชุมชน หมู่ที่ 4 มีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวนกว่า 400 ครัวเรือน ดังนั้นก่อนที่ทาง อบต.จะอนุญาตให้มีการทำประชาพิจารณืสอบถามความคิดเห็นชาวบ้านด้วย ไม่ใช่อยู่ๆก็อนุมัติทันที ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน

นายวิลาศ มณีมัย อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.4 ต.เขาพนม กล่าวว่า หากมีการก่อสร้าง เชื่อว่า ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันโรงงาน และเสียงเครื่องจักร เพราะเป็นโรงงานขนาดใหญ่ และที่สำคัญ เชื่อว่า โรคร้ายต่างๆ ก็จะมาเยือนชาวบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องคัดค้านการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมามีโรงงานในพื้นที่หมูที่ 6 ห่างจากหมู่ 4 ประมาณ 1 กิโลเมตร ได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านแล้ว จึงไม่อยากให้มีโรงงานเพิ่มขึ้นมาอีก และหากยืนยันที่จะสร้างต่อไป ชาวบ้านจะต่อสู้จนถึงที่สุด เพราะต่อไปอนาคตลูกหลานก็จะได้รับผลกระทบจาก การสร้างโรงงานอย่างแน่นอน

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรนำสื่อมวลชนดูงานการผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจรที่จังหวัดกระบี่

วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลาง กว่า 30 คน ดูงานการผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจรที่จังหวัดกระบี่ 15-17 กรกฎาคม โดยมีนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผวจ.กระบี่ นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ เกษตรจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ผวจ.กระบี่ ได้บรรยายสรุป พร้อมการนำเสนอวิดีทรรศ การดำเนินงานโครงการกระบี่เมืองปาล์มน้ำมันคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนในเรื่องของการผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจร โดยกล่าวว่าโดยทางจังหวัดกระบี่ดำเนินการรณงค์การผลิตปาล์มน้ำมันตั้งแต่ระดับต้นน้ำเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยยึดหลัก 3 ดี คือ 1 การใช้พันธุ์ปาล์มดี 2 การจัดการสวนที่ดี และ 3 การเก็บเกี่ยวดี(ปาล์มสุก) รวมทั้งการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆของปาล์มน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทางใบปาล์มมาเลี้ยงสัตว์ เช่นแพะ โค การนำทะลยปาล์มน้ำมันที่เหลือจากการสกัดน้ำมันปาล์มมาทำการเพาะเห็ดฟาง และคลุมโคนต้นปาล์ม เพื่อลดต้นทุนในการผลิตทางเกษตร และเป็นการนำส่วนที่เหลือจากการผลิตปาล์มน้ำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินโครงการ

ทั้งนี้โครงการได้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการปาล์มน้ำมันครบวงจรในทุกอำเภอๆละ 1 ศูนย์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมันในระดับอำเภอ และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการแก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ปาล์มน้ำมันครบวงจรชุมชนในระดับตำบล นำร่องที่อำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา อำเภอเหนือคลองเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนในการผลิตปาล์มน้ำมัน

ในส่วนการดูงานภาคสนามของคณะสื่อมวลชนส่วนกลาง ช่วง 3 วัน เข้าพื้นที่ดูงานในเรื่องการจัดสวนปาล์มน้ำมันอายุ 1- 3 ปี ของนายพันธุ์ศักดิ์ จิรรัตน การจัดสวนปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตแล้ว ของนายนิคม ทีเจริญวาที เกษตร ต.เขาใหม่ อำเภออ่าวลึก ทั้ง 2 ราน และวิสาหกิจชุมชนลานเทปาล์มน้ำมันอำเภออ่าวลึก การเพาะเห็ดฟางจำทะลายปาล์มน้ำมันบ้านควรเศียร อำเภอปลายพระยา และการใช้ทางใบปาล์มน้ำมันเลี้ยงแพะที่อำเภอเหนือคลองที่เกษตรกรประสบความสำเร็จ นอกจกานี้จะเข้าเยี่ยมชมท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดกระบี่ด้วย

ขอบคุณ...Krabi United.com

วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ ประชุมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังมลพิษทางทะเลของฝั่งอันดามัน

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 นายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังมลพิษทางทะเลของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ให้แก่เจ้าหน้าที่จาก 5 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ ระนอง พังงา และตรัง จำนวน 50 คน ณ.โรงแรมกระบี่มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีนายทศพร โชติช่วง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กล่าวรายงาน

นายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า การจัดโครงการนี้เพื่อปรับปรุงฟื้นฟูความสะอาด ชายหาดและแหล่งน้ำทะเลบริเวณชายหาดแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภูเก็ต กระบี่ ระนอง พังงาและตรัง โดยการสร้างองค์กร/เครือข่าย ของชุมชนในการเฝ้าระวังรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดแหล่งท่องเที่ยว และมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและภาคประชาชน ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพชายหาด ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ จะมีกระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างไร การใช้เทคโนโลยีแบบง่ายในการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม การใช้วัสดุอุปกรณ์ในการแก้ไขปัญหาขยะ น้ำเสีย การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง และการสร้างจิตสำนึกและจัดสร้างเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวร่วมในการดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

นายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จังหวัดในกลุ่มอันดามันมีชายหาดที่สวยงาม แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก ชายหาดแหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดอันดามัน เมื่อถึงช่วงฤดูมรสุม ขยะที่อยู่ในทะเลและชายหาดอื่น ๆ จะถูกพัดพาโดยคลื่นลมเข้าสู่บริเวณชายหาดท่องเที่ยวและบางส่วนจมอยู่ในทะเล กลุ่มผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวต้องการให้มีการจัดเก็บเป็นการปรับทัศนียภาพของชายหาดให้สวยงามเพื่อรองรับและส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด การดำเนินการจัดการต้องอาศัยกระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ประกอบการด้วย กระบวนการการดำเนินการเน้นในเรื่องการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานที่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นชายหาดตะกอนน้ำมันที่ตกค้าง ดำน้ำเก็บขยะในแหล่งปะการัง อนุรักษ์พันธุ์หญ้าทะเลและปะการัง รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพน้ำก่อนและหลังการดำเนินการ การประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งการใช้จุลินทรีย์ช่วยในการบำบัดคุณภาพน้ำ

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 – 2552 ได้ดำเนินการตามโครงการประเมินคุณภาพดัชนีชายหาด ซึ่งเน้นการตรวจสอบที่ปลายเหตุ แต่ไม่มีการดำเนินการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งขาดการมีส่วนร่วมจากองค์กรภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการจัดตั้งเครือข่ายในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยบูรณาการ การดำเนินการทั้ง 5 จังหวัดกลุ่มอันดามัน ในปี พ.ศ. 2554ซึ่ง หากไม่เร่งดำเนินการปัญหาการสะสมของขยะทำให้ทัศนียภาพและคุณภาพน้ำทะเลในแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมลง และจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมโดยบูรณาการการดำเนินการของส่วนราชการ ภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินการสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมและสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดอันดามัน ในการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพต่อไป

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ต่อเนื่องประจำปี 2553 ในพื้นที่จังหวัดกระบี่

 วันที่ 14 ก.ค. 2553   นายขวัญแก้ว วัชโรทัย นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางมามอบทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ต่อเนื่อง แก่นักเรียนทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ประจำปี 2553 ณ. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1 อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ โดยมีนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ให้การต้อนรับ

นายขวัญแก้ว วัชโรทัย กล่าวว่า การเดินทางในครั้งนี้ ได้มีการมอบเงินพระราชทานเพื่อการปลูกผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์แก่โรงเรียน จำนวน 30000 บาท มอบเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา แก่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1 จำนวน 810 คน และอุปกรณ์กีฬาแก่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์1

ต่อจากนั้นได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ พร้อมได้มอบเงินพระราชทานเพื่อการปลูกผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์แก่โรงเรียน จำนวน 50,000 บาท มอบเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา แก่นักเรียนในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จำนวน 735 คน ซึ่งเงินพระราชทานเพื่อการปลูกพืชผักสวนและเลี้ยงสัตว์ โรงเรียนได้ดำเนินการเพื่อการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมปลูกพืชผักต่าง ๆ และเลี้ยงสัตว์ เช่น เลี้ยงปลาในกระชังและบ่อดิน เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู่ ทั้งหมู่พันธุ์พื้นเมืองและหมูป่า ผลจากการที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าวโรงเรียนได้เข้าร่วมประกวดโครงการกลุ่มยุวเกษตรกรได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปี 2551 ซึ่งมีผู้แทน นักเรียน ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับโล่รางวัลจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเนื่องในวันพืชมงคล เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2552 ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ

ผลการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 ที่ผ่านมา ได้มีการใช้ตารางเรียนและคู่มือการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ทั้งในเวลาเรียนปกติและเพื่อใช้ทบทวนบทเรียน โดยในปี 2552 ที่ผ่านมา มีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 73 คน ชาย 26 คน หญิง 47 คน ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐ 46 คน มหาวิทยาลัยเอกชน 21 คน ศึกษาต่อสายอาชีพ 3 คน และประกอบอาชีพ 3 คน โดยมีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลการเรียนเฉลี่ยสูงกว่า 3.50 ได้รับทุนศึกษาต่อจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 11 คน

ข้อมูลจาก...ปชส.กระบี่

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

พบเด็กทารกในถังขยะ อ.เขาพนม กระบี่


เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 53 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานพ.ต.ท. สันติ คงศรี สาราวัตรเวรสอบสวน สภ.เขาพนม พบเด็กทารกแรกเกิดถูกนำมาทิ้งในถังขยะบริเวณตลาดเปิดท้าย ตรงข้างโรงเรียนเจริญวิทย์ หมู่ที่ 8 ถนนสายเขาพนม – ทุ่งใหญ่ ต.เขาพนม ถูกนำมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเขาพนม และถูกนำตัวมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลกระบี่

สำหรับเหตุการณ์พบทารกแรกเกิดถูกนำมาทิ้งในถังขยะในครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00น.วันที่13 กรกฎาคม 53 เมื่อพนักงานเก็บขยะของ อบต.เขาพนมได้ไปเก็บขยะบริเวณตลาดเปิดท้าย ถนนเขาพนม – ทุ่งใหญ่ หมู่ที่ 8 ต.เขาพนม อ.เขาพนม ตากปกติของทุกวัน เมื่อหยิบถุงพลาสติกสีขาวนำไปทิ้งในรถเก็บขยะ สังเกตเห็นถุงมีการขยับตัว จึงเปิดปากถุงออกดูพบทารกเพศชายซึ่งสายสะดือยังติดตัวอยู่กับตัวสภาพเนื้อตัวสกปรก จึงนำตัวเด็กทารกส่งโรงพยาบาลเขาพนม และถูกนำตัวเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลกระบี่อาการปลอดภัยทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการักษาเด็กทารกดังกล่าว โดยที่เด็กทารกมีน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตั้งชื่อเล่นว่าน้องฟลุก

พ.ต.ท. สันติ คงศรี สาราวัตรเวรสอบสวน สภ.เขาพนม กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุบริเวณตลาดนักเปิดท้าย รวมทั้งชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงทำให้ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 05.00 – 06.00น. น.ของวันที่13 กรกฎาคม 53ทราบว่ามีรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อขับมาเวียนอยู่บริเวณถังขยะหน้าตลาดนัดเปิดท้ายอยู่ประมาณ 2-3 เที่ยว จากนั้นก็หายไป ซึ่งในที่เกิดเหตุพบเพียงคราบเลือด และถุงพลาสติกสีขาวที่ใช้ใส่เด็กทารก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าน่าจะเป็นสาวใจแตกในเขตเทศบาลตำบลเขาพนมหรือจากพื้นที่ตำบลรอบนอก ที่ยังไม่พร้อมที่จะมีลูกนำทารกมาทิ้งไว้ในบริเวณดังกล่าว

ซึ่งในขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานีอนามัยตำบลทุกตำบลสถานพยาบาล ในพื้นที่อำเภอเขาพนมและในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ทุกแห่ง หากมีป่วยเข้ามารักษาตัวในลักษณะอาการตกเลือด เพื่อที่จะนำตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณ...Krabi United.com

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ


เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หมู่ที่ 2 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เป็นประธานในพิธีปลูกต้นไม้จำนวน 19,500 ต้น ในเนื้อที่ 110 ไร่ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสบรมราชาภิเษกปีที่60 และเฉลิมพระชนพรรษา เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนมาสู่สภาพเดิม โดยมีพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน นักเรียนในพื้นที่อำเภอเหนือคลอง จำนวนกว่า 600 คน เข้าร่วมในพิธี

นายไพฑูรย์ สุวรรณบริบาล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ กล่าวว่า จากสถานการณ์ป่าไม้ของจังหวัดกระบี่ที่ถูกทำลายปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ปลูกสวนยางพารา และปาล์มน้ำมันเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพแวดล้อมของจังหวัดกระบี่ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดังนั้นเพื่อเป็นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาคติให้กลับมาเหมือนในอดีต การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จังหวัดกระบี่ อำเภอเหนือคลอง พร้อมทั้งประชาชน จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกป่า เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเนื่องในวโรกาสบรมราชาภิเษกปีที่60 และเฉลิมพระชนมพรรษา

สำหรับพื้นที่ที่มีการปลูกต้นไม้บริเวณใกล้อ่างเก็บน้ำ หรือเหมืองถ่านหินลิกไนท์เก่า เนื้อที่จำนวน 110 ไร่ โดยพันธุ์ไม้ที่ปลูกทั้งหมด19,500 ต้น แยกเป็นไม้ตะเคียนทอง 7,500 ต้น ไม้ฮอกกานี 1,500 ต้น ไม้สัก 4,000 ต้น ไม้ประดู่ 500 ต้น ไม้ลูกหยี 1,000 ต้น และพันธุ์ไม้อื่นๆ อีกจำนวน 5,000 ต้น ในการดำเนินการครั้งนี้จะดำเนินการติดต่อกันเป็นเวลา3 ปี และบำรุงรักษาต่ออีก2ปี

ซึ่งเมื่อโครงการดำเนินการปลูกต้นไม้แล้วเสร็จ จะส่งผลให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น สามารถลดภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง และยังเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนให้ช่วยกันดูแลรักษา และตระหนักความสำคัญของธรรมชาติ เพื่อลดภาวะโลกร้อน

ขอบคุณ...Krabi United.com

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ต่อเนื่องประจำปี 2553 ที่จังหวัดกระบี่

วันที่ 13 ก.ค. 2553  เวลา 15.00 น. นายขวัญแก้ว วัชโรทัย นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางมามอบทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ต่อเนื่อง แก่นักเรียนทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ประจำปี 2553 ณ. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 2 อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ โดยมีนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ให้การต้อนรับ นายขวัญแก้ว วัชโรทัย กล่าวว่า การเดินทางในครั้งนี้ ได้มีการมอบเงินพระราชทานเพื่อการปลูกผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์แก่โรงเรียน จำนวน 30000 บาท มอบเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา แก่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 2 จำนวน 625 คน และ และอุปกรณ์กีฬาแก่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์2 นายประสิทธ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 2 ปัจจุบันปิดสอนตั้งแต่ชั้นปฐมวัยปีที่1 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนทั้งสิ้น 631 คน ข้าราชการครู 32 คน พนักงานบริการ 2 คน ลูกจ้าง 3 คน ทางโรงเรียนมีเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี มีเขตบริการโรงเรียนหมู่ที่ 5 ตำบลโคกยาง หมู่ที่ 3 และ7 ตำบลปกาสัย

ข้อมูลจาก :: อำนวย ใจเกลี้ยง ส.ปชส.กระบี่

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทวงคืนประติมากรรมสึนามิที่กระบี่

คณะกรรมการหอศิลป์ จ.กระบี่ ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ทวงถามประติมากรรมรำลึกสึนามิ ผลงานของ หลุยส์ บัวชัวร์ ประติมากรหญิงชื่อก้องโลก ที่วัฒนธรรมจังหวัด อ้างว่า นำไปซ่อมแซม ตั้งแต่วันที่18 มิ.ย.ให้นำกลับมาไว้ที่ จ.กระบี่ หลังทราบข่าวไปแสดงที่หอศิลป์กรุงเทพมหานคร

นายสุเทพ จันทร กรรมการหอศิลป์ร่วมสมัยจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ทางวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ ได้นำประติมากรรมสึนามิ จำนวน 2 ชิ้น ซึ่งเป็นผลงานของ หลุยส์ บัวชัวร์ ประติมากรหญิงชื่อดังระดับโลก ชาวฝรั่งเศส ที่ติดตั้งไว้ที่บริเวณหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ไปซ่อมแซมตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2553

แต่ปรากฏว่า ได้ถูกนำไปโชว์ที่หอศิลป์ กรุงเทพมหานคร สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีกับชาวกระบี่เป็นอย่างมาก และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา เนื่องจากประติมากรรมสึนามิ เป็นประติมากรรมที่ถาวร ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ และเป็นการเตือนสติให้คนรุ่นหลัง เนื่องจากจังหวัดกระบี่ประสบภัยพิบัติสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

นายสุเทพ เผยอีกว่า ทางคณะกรรมการหอศิลป์ร่วมสมัยจังหวัดกระบี่ นำโดย นายบุญเกษม แซ่โค้ว ผู้อำนวยการหอศิลป์ ได้ทำหนังสือผ่านทางประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 6 ก.ค.53 เพื่อให้ทางจังหวัดได้ช่วยติดตามทวงถามถึงผลงานประติมากรรมชิ้นดังกล่าว ให้นำกลับมาไว้ ณ ที่จังหวัดกระบี่ดังเดิม เพื่อเป็นที่เชิดหน้าชูตา เพราะเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกระบี่

“เป็นไปไม่ได้ที่ตัวประติมากรรมจะชำรุด เนื่องจากเพิ่งนำไปติดตั้งไว้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา และตัวประติมากรรมเองก็ทำด้วยโลหะอย่างดี ซึ่งน่าจะเป็นเพียงการกล่าวอ้างเท่านั้นว่าชำรุด เพื่อนำออกไปจากที่เดิม และที่สำคัญ ถ้ามีการนำออกไปซ่อมแซมจริงทำไม่ฐานที่ตั้งประติมากรรมเหมือนมีร่องรอยของการถูกงัดแงะ คล้ายกับเป็นการลักขโมย ไม่เหมือนกับการรื้อถอนธรรมดาทั่วไป จึงอยากให้วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่เร่งนำกลับมาไว้ที่เดิมโดยเร็ว เพราะหากว่าเป็นการนำไปซ่อมแซมจริง ก็คงจะไม่ไปโผล่ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯอย่างแน่นอน”

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

อบจ.กระบี่จัดแข่งขันฟุตบอลอนุบาล อบจ.กระบี่คัพ ครั้งที่ 2 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 24 ทีม

วันที่ 9 ก.ค.53 ห้องประชุมช้างเผือก อบจ.กระบี่ นายธรรมศักดิ์ ภูพันธ์วิวัฒน์ รองนายก อบจ.กระบี่ นายสมเกียรติ กิตติธรกุล นายกสมาคมกีฬาจังหวัดกระบี่ นายวิมล นับทอง รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตกระบี่ ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลอนุบาล อบจ.กระบี่ คัพ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2553 มีทีมเข้าแข่งขัน 24 ทีม เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนสนใจเล่นกีฬาฟุตบอลตั้งแต่เล็กๆ ปูพื้นฐานการเล่นฟุตบอลในอนาคต

นายธรรมศักดิ์ ภูพันธ์วิวัฒน์ รองนายก อบจ.กระบี่ กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอลอนุบาล อบจ.กระบี่จัดขึ้นครั้งแรกปี พ.ศ.2548 ส่งเสริมสนับสนุนด้านกีฬาและกิจกรรมการออกกำลังกาย โดยเฉพาะเยาวชนวันเด็กที่อยู่ในระดับอนุบาล อบจ.กระบี่จัดแข่งขันกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาสาธิตในการแข่งขันฟุตบอล อบจ.กระบี่ คัพ ต้านยาเสพติด โดยเชิญสถานศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 4 ทีม ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียนและผู้ปกครอง

จากนั้นได้จัดการแข่งขันฟุตบอลอนุบาลเป็นกีฬาสาธิตในปี พ.ศ.2549, 2550, 2551 ทำให้กระแสการตอบรับการแข่งขันขันฟุตบอลอนุบาลเป็นที่ต้องการของโรงเรียนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้คณะผู้บริหาร อบจ.กระบี่ ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลอนุบาล อบจ.กระบี่ คัพ ครั้งที่ 1 ปี 2552 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 22 ทีม จากจากอำเภอต่างๆ ทั้ง 8 อำเภอ และการจัดการแข่งขันฟุตบอลอนุบาล อบจ.กระบี่ คัพ ครั้งที่ 2 ปี 2553 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขั้นทั้งหมด 24 ทีม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางโรงเรียน รวมทั้งสถาบันการศึกษา ผู้ปกครองต้องการให้ลูกของตนเล่นกีฬากันมากขึ้น โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล

การแข่งขันฟุตบอลอนุบาล อบจ.กระบี่ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนในระดับอนุบาลที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี ได้มีโอกาสออกกำลังกายแบบมีระบบการบริหารจัดการที่ดีและเหมาะสมกับวัย โดยใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อกลาง ส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนสร้างเสริมสุขนิสัยที่ดีให้แก่เด็กอนุบาล เพื่อให้มีความเจริญเติบโตเป็นคนดี มีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ที่สำคัญ เป็นการปลูกฝั่งให้ยุวชนมีความรักการเล่นกีฬาฟุตบอลและการออกกำลังกาย บนพื้นฐานคุณลักษณะที่สำคัญ คือ ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้จักบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม

ซึ่งการการแข่งขันฟุตบอลอนุบาล อบจ.กระบี่ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2553 นัดเปิดสนามในวันที่ 20 กรกฎาคม-สิงหาคม 53 ชิงเงินรางวัลจำนวน 60,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

นายก อบจ.กระบี่ เป็นประธานเปิดการแข่นขัน กีฬา ''ฉันทนาเกมส์ 53''


เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 เวลา 10.30 น. นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการเปิดการแข่งขันกีฬา “ฉันทนาเกมส์ 53” พร้อมทั้ง นายสุคนธ์ สวัสดิภิรมย์ นายศตพรรษ บุญทอง และ นายพนมพร ศรียัง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตอำเภอเขาพนม ร่วมในพิธีเปิดณ โรงเรียนบ้านห้วยสาร(สาขาช่องฉันทนา) ซึ่งเป็นการจัดขึ้นระหว่างโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสินปุน โคกหาร โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา รวมถึงเพื่อคัดเลือกนักกีฬา กรีฑา เป็นตัวแทนไปแข่งขันในระดับอำเภอและระดับจังหวัดต่อไป และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ความรักความสามัคคีในหมู่คณะของนักเรียน ประชาชน บุคลากร ครู ในกลุ่มเครือข่ายและท้องถิ่นใกล้เคียง รวมทั้งเพื่อไม่ให้นักเรียนนักศึกษาและเยาวชนฝักไฝ่ ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุขทุกชนิด

การแข่งขันกีฬา “ฉันทนาเกมส์ 53” ในครั้งนี้ ได้มีโรงเรียนที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมทำการแข่งขันทั้งสิ้น 8 โรงเรียน คือ โรงเรียนสินปุนคุณวิชญ์ โรงเรียนบ้านโคกหาร โรงเรียนบ้านโคกคา โรงเรียนบ้านควรกลาง โรงเรียนบ้านมะม่วงเอน โรงเรียนบ้านหินลูกช้าง โรงเรียนบ้านห้วยสารและโรงเรียนบ้านห้วยสาร(สาขาช่องฉันทนา) จะทำการแข่งขันกันในระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2553

ขอบคุณ...Krabi United.Com

อบจ.กระบี่จัดโครงการ อบจ.รวมใจลดอุบัติภัยบนถนน ครั้งที่ 1

วันที่ 7 กรกฎาคม 2553 เวลา 08.30 น. ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้จัดโครงการ อบจ.รวมใจลดอุบัติภัยบนถนน การตระหนักถึงปัญหาอุบัติภัยที่เกิดขึ้นบนท้องถนน โดยเฉพาะการขับขี่รถจักรยานยนต์ ของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนแต่ละครั้งนั้น นำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงมาสู่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สาเหตุหนึ่งคือ การขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของกฎหมาย รวมถึงขาดจิตสำนึกในการปฏิบัติตามกฎจราจร

ดังนั้น การให้ความรู้ในเรื่องของกฎหมาย ระเบียบและหลักปฏิบัติตน ในการใช้ยานพาหนะบนท้องถนนจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดอุบัติภัยบนท้องถนนได้

องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่จึงได้บูรณาการกับสถานีตำรวจภูธรเหนือคลอง จัดอบรมให้ความรู้ กฎ กติกา การขับขี่รถจักรยานยนต์แก่นักเรียน นักศึกษา ชึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มากที่สุด สำหรับการอบรมในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากท่านผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่จัดนักศึกษาเข้าร่วมอบรมจำนวน 150 คน

นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวในพิธีเปิดการอบรมว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนในบ้านเราส่วนใหญ่ คู่กรณีก็คือรถจักรยานยนต์ด้วยกัน และรถจักรยานยนต์กับรถยนต์ ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งนั้นนำความเศร้าเสียใจมาสู่ผู้เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิท มิตรสหาย หรือแม้แต่ผู้ที่ผ่านไปมาประสบพบเห็นเหตุการณ์ จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องมีความร่วมมือ ร่วมใจกันลดอุบัติภัยบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นเพียงการให้ความรู้ในภาคทฤษฎีเท่านั้น สำหรับแนวทางปฏิบัติตนที่แท้จริงในการใช้ถนนหนทางอยู่ที่ความระมัดระวัง และจิตสำนึกร่วมกันในการคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินทั้งของตนเองและผู้อื่นเป็นประเด็นหลักที่ทุกคนจะต้องคำนึงถึง

ขอบคุณ...Krabi United.Com

เด็ก ม.3 โรงเรียนดังกระบี่เบ่งตบหัวเพื่อนถูกแทงดับ

วันที่ 8 ก.ค.53 พ.ต.ท.สันติคงศรี สารวัตรเวรสืบสวน สภ.เขาพนม จ.กระบี่ รับแจ้งจากโรงพยาบาลกระบี่ว่ามีคนถูกแทงจากพื้นที่เขาพนม และเข้ารับการรักษาตัวแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนายอรรถพล สมุทรรัตน์ อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 ม.3 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกวัฒน์ โพธิ์เย็นญาติ ผกก.และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จากการชันสูตรศพพบผู้ตายถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่บริเวณหน้าท้อง จำนวน 1 แผล ไส้ทะลัก

สอบสวนทราบว่าที่เกิดเหตุเกิดภายในโรงเรียนเขาพนมเบญจา จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พเพียงหยดเลือดหยดเป็นทางหน้าอาคารเรียน โดยผู้ตายเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนเขาพนมเบญจา ตั้งอยู่ ม.9 ต.เขาพนม เรียนอยู่ชั้นมัธยม ห้อง 3/7 ขณะเกิดเหตุอเป็นช่วงพักเที่ยง ทางผู้ตายได้ไปมีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนนักเรียนสถาบันเดียวกัน ทราบชื่อ นายอนุรักษ์ พลจรัส อายุ 15 ปี บ้านเลขที่ 17 ม.1 ต.เขาดิน อ.เขาพนม เรียนอยู่ชั้นมัธยม 3/6 หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามจับกุมตัวแต่ก็ไร้วี่แวว

ต่อมาทางญาติได้พานายอนุรักษ์เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.เอกวัฒน์ โพธิ์เย็นญาติ ผกก.สภ.เขาพนม จากการสอบปากคำในเบื้องต้นนายอนุรักษ์ให้การว่า ขณะเดินอยู่คนเดียวบริเวณอาคารในโรงเรียนตอนพักเที่ยง เพื่อหาซื้ออาหารกินก็ได้มีเพื่อนร่วมโรงเรียนนับสิบคนเข้ามารุมล้อม โดยมีนายอรรถพล เป็นหัวโจก เดินเข้ามาหาตนพร้อมกับใช้มือตบท้ายทอย ลักษณะเยาะเย้ยว่าตนไม่มีอะไร สู้กูไม่ได้ พวกเยอะ ด้วยความแค้นก็ได้ชักมีดปลายแหลมที่เหน็บอยู่ที่เอว จ้วงแทงนายอรรถพล เข้าที่ท้อง พร้อมกับวิ่งหนีกลับบ้าน บอกให้ญาติทราบและพาเข้ามอบตัว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองจ.กระบี่

 นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในหลายด้าน มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และสวยงามซึ่งถือเป็น “ต้นทุน” ที่ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัด ทั้งนี้จังหวัดได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัดว่า “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน เชิงอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม และสุขภาพ แหล่งเกษตรอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของคุณภาพชีวิตและการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” โดยกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาไว้ 3 ประเด็น ที่ครอบคลุมวิสัยทัศน์ดังกล่าว คือ (1) ศูนย์กลางการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน เชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสุขภาพ (2) แหล่งเกษตรอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และ (3) การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี จังหวัดกระบี่ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบการคมนาคมขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน ตามที่ได้กำหนดไว้ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 โดยจังหวัดมีแนวโน้มในการขยายตัวด้านเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ปัจจุบันประสบกับปัญหาการคมนาคมขนส่งไม่สะดวกและไม่ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ในการเชื่อมโยงภาคการขนส่งกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เนื่องจากมีเพียงถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เพียงสายเดียวในการเชื่อมโยงจากพื้นที่จังหวัดข้างเคียงเข้าสู่จังหวัดกระบี่ แม้ว่าถนนสายดังกล่าวจะมีการปรับปรุงขยายช่องจราจรและบริเวณทางแยกสำคัญเพื่อรองรับปริมาณจราจรที่สูงขึ้นแล้วก็ตาม แต่ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จังหวัดกระบี่พิจารณาแล้วเห็นว่า โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง ( Bypass) มีความสำคัญเนื่องจาก ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักมีปริมาณการจราจรมาก ขณะที่ปัจจุบันมีห้างขนาดใหญ่มาเปิดบริการหลายแห่ง รวมทั้งมีสนามบินนานาชาติกระบี่ตั้งอยู่ด้วย หากไม่เตรียมถนนเลี่ยงเมืองไว้รองรับ อนาคตย่อมมีปัญหาในการจราจรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเบื้องต้น จังหวัดได้ประสานให้กรมทางหลวงศึกษาความเป็นไปได้ และจากการประสานงานทราบว่า โครงการดังกล่าวน่าจะบรรจุอยู่ในแผนปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 เรียบร้อยแล้ว


ข้อมูลจาก :: อำนวย ใจเกลี้ยง ส.ปชส.กระบี่

สโมสรไลออนส์กระบี่ จัดพิธีมอบหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฉบับพระราชทาน เล่มที่ 33 โดยทางสโมสรไลออนส์กระบี่ จัดพิธีมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากระบี่ จำนวน 33 แห่ง มีนางสาวปรีญา จิวะนันทประวัติ นายกสโสรไลออนส์กระบี่ เป็นผู้กล่าวรายการ โดยมีผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้รับมอบซึ่งจะได้นำใช้ประโยชน์ทางการศึกษาของนักเรียน ต่อไป

สำหรับหนังสือสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน ฉบับพระราชทาน เป็นหนังสือ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้คณะกรรมการโครงการสารานุกรมไทยฯ ซึ่งได้ทรงแต่งตั้งขึ้นจัดพิมพ์ขึ้นแบบไทยทั้งชุด เพื่อให้คนไทยทุกเพศทุกวัยได้อ่าน เป็นการเสริมความรู้ขั้นพื้นฐานในเรื่องราวและวิชาการในสาขาต่างๆ มีการแบ่งเรื่องออกเป็น 3 ส่วน

โดยประสงค์ให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กรุ่นเล็ก เด็กรุ่นกลาง เด็กรุ่นใหญ่ รวมทั้งผู้ใหญ่อีกระดับหนึ่ง และทรงกระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สโมสรไลออนส์ในประเทศไทยได้มีส่วนร่วมจัดหาทุนทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อสมทบดำเนินการจัดพิมพ์

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

จังหวัดกระบี่ รับเป็นเจ้าภาพประชุม IMT-GT ระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคม 53

นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)และจังหวัดกระบี่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 17 และการประชุมระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและมุขมนตรี ครั้งที่ 7 ตามกรอบแผนงาน IMT-GT โดยกำหนดประชุมระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคม 2553 ณ โรงแรมมารีไทม์ ปาร์ค สปา รีสอร์ท จังหวัดกระบี่

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า พื้นที่ความร่วมมือ IMT-GT ประกอบด้วย 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ประกอบด้วย 10 จังหวัด ได้แก่ อาเจห์ สุมาตราเหนือ สุมาตราตะวันตก สุมาตราใต้ เรียว เรียวไอแลนด์ จัมบี เบงกูลู บังกา-เบลิตุง และ ลัมปุง ประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย 8 รัฐ ได้แก่ ปีนัง เกดะห์ เประ ปะลิส กลันตัน สลังงอร์ มะละกา และเนกรีเซมบิลัน และประเทศไทย ปรกอบด้วย 14 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง ภูเก็ต พังงา และจังหวัดกระบี่

“สำหรับกรอบความร่วมมือเน้นบทบาทนำของส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน ประกอบด้วยความร่วมมือ ใน 6 สาขา ได้แก่ การค้าและการลงทุน, การท่องเที่ยว, การเกษตร, อุตสาหกรรมการเกษตร และสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง, ผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล,และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์”

วัตถุประสงค์ ของความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศ ให้มีการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นความร่วมมือทางด้านการผลิต การส่งเสริมการลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในพื้นที่ IMT-GT สนับสนุนให้ภาคเอกชนมีบทบาทนำในการเสนอแนวทางมาตรการ ตลอดจนแผนงานโครงการต่อภาครัฐ เพื่อผลักดันความร่วมมือใน 6 สาขาความร่วมมือหลัก

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมของจังหวัดกระบี่ ในฐานะเจ้าภาพการจัดประชุมได้จัดประชุมแต่งตั้งคณะทำงานเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการประชุมไปแล้ว ซึ่งก็มีทุกภาคส่วนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จึงขอให้ชาวกระบี่ ร่วมเป็นเจ้าภาพทีดี ในการต้อนรับ

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วีรชนทหารกล้า ผู้เสียสละชีพ จาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ศพถึงกระบี่ ท่ามกลางผู้คนร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก

วันที่ 3 ก.ค.53 ที่วัดโคกเคี่ยม หมู่ที่ 2 ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี ทำพิธีรับศพ และวางพวงหรีดหน้าศพ ส.อ.วีระวุฒิ หวังกลิ่น อายุ 25 ปี ทหารสังกัด ร.15 พัน 1 อ.คลอง จ.กระบี่ ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และถูกผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิด เหตุเกิดที่ ม.8 ต.บาโระ อ.ยะหา จ.ยะลา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นทหารรวม 3 ศพ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฏาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทางญาติได้ตั้งศพของ ส.อ.วีระวุฒิ ที่ศาลาวัดดังกล่าว โดยมี พ.อ.เปรียว ติณสูลานนท์ ผบ.ร.15 พัน 1 ได้เป็นตัวแทนวางพวงหรีด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และมีหรีดจากส่วนราชการต่างๆ จำนวนมาก จากนั้นได้มีการทำพิธีรดน้ำศพมีญาติพี่น้องประชาชนร่วมงานด้วยความโศกเศร้า

ต่อมานายประสิทธิ์ โอสถานน์ ได้เป็นตัวแทนมอบเงินที่ได้รับจากกองทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อช่วยเหลือผู้เสียชีวิต โดยมอบให้กับนายเริ่ม หวังกลิ่น อายุ 75 ปี และนางละม่อม หวังกลิ่น บิดาและมารดาของ ส.อ.วีระวุฒิ เป็นเงินจำนวน 5 แสนบาท และ พ.อ.เปรียว ติณสูลานนท์ ได้มอบประกาศเชิดชูเกียรติ พร้อมเหรียญบางระจัน และเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต

สำหรับ ส.อ.วีระวุฒิ หวังกลิ่น อายุ 25 ปี เป็นชาวอำเภอเหนือคลอง แต่งงานกับนางวันดี มีบุตรชาย 1 คน อายุ 4 ขวบ

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

ส.ส.กระบี่จี้ ก.อุตฯ ทบทวนสัมปทานระเบิดหินเขาหน้าวังหมี


จากกรณีที่มีการค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้เช่น หม้อสามขา หม้อลายเชือกทาบ รวมทั้งขวานหิน ที่เขาโต๊ะช่อง เขาหน้าสังเวียน หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเทือกเขาหน้าวังหมี ที่มีการเปิดสัมปทานระเบิดหินของบริษัทนายเหมืองจำกัด และนักโบราณคดีระบุว่าเป็นพื้นที่โบราณสถาน โบราณวัตถุ มีอายุมากกว่า 2-6 พันปี สมควรให้มีการหยุดการระเบิดหิน ซึ่งต่อมามื่อวันที่ 29 มิถุนายน 53 นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ส่งหนังสือให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่พิจารณาทบทวนการระเบิดหิน ขณะที่ชาวต่างชาติให้ความสำคัญจัดตั้งว็บไซต์ www.soskrabi.com เพื่อให้ข้อมูลเงื่อนงำต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งต้องการอนุรักษ์พื้นที่บริเวณดังกล่าวตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น

นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำหรับการติดตามความคืบหน้าการออกประทานบัตรสัมปทานเขาหน้าวังหมี ต.ทับปริก ขณะนี้ตนได้เดินทางเข้าพบกับเลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม เพื่อหารือถึงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทางเลขานุการฯ แจ้งว่า ให้ตนทำหนังสือเป็นทางการเพื่อทางกระทรวงวัฒนธรรมจะได้ให้เจ้าหน้าที่นักโบราณคดีลงมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แต่พื้นที่ดังกล่าวทราบว่าได้มีการชี้ชัดไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งผู้ที่ลงนามก็คืออธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งได้ผ่านมติความเห็นขอบและการศึกษาจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติแล้วด้วย

ดังนั้น คณะกรรมการที่จะลงมาตรวจสอบครั้งใหม่จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบว่าจะขึ้นทะเบียนหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนั้นตนยังได้เดินทางไปที่กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งทางผู้เกี่ยวข้องแจ้งว่าให้ตนทำหนังสือแจ้งถึงรัฐมนตรีเพื่อจะได้มีการทบทวนอย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นให้ทั้ง 2 กระทรวง

นายสาครยังกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นตนทราบว่าล่าสุดนี้จังหวัดกระบี่ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้องถึงการระเบิดหินที่มีการยืนยันว่าเป็นแหล่งโบราณแล้ว เพื่อให้ทบทวนแล้วก็ถือเป็นเรื่องที่ดี และตนก็จะตามเรื่องนี้ให้ด้วย แต่ทั้งนี้สิ่งที่อยากจะให้จังหวัดได้พิจารณาก็คือ ทำไมเอกสารของกรมศิลปากรที่ส่งถึงจังหวัดหรือผู้เกี่ยวข้อง แจ้งยืนยันว่าเป็นแหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ กลับไม่มีการพิจารณาครั้งแรก ซึ่งได้ส่งไปตั้งแต่ปี 2551 และปี 2552 หรือก่อนหน้านั้น ซึ่งทราบว่าเมื่อครั้งยื่นขอประทานบัตรก็เคยส่งไปแล้วเมื่อปี 2539 ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ควรมีการตรวจสอบว่าไปตกหล่นอยู่ตรงจุดใด อย่างไร

ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนทำไปนั้นเพื่อให้เกิดความกระจ่าง และเป็นประโยชน์ต่อคนกระบี่ ซึ่งขณะนี้เองจังหวัดก็ยอมรับว่าเป็นแหล่งโบราณที่มีการยืนยันจากกรมศิลปากร เมื่อมีการลงไปตรวจสอบแต่กลับพบความเสียหายของพื้นที่หนักหนาเกินกว่าจะให้กลับมาได้ ถามว่าใครจะรับผิดชอบ เพราะสิ่งที่หายไปนั้นเป็นความเป็นมาของมนุษยชาติยุคหลายพันปี ซึ่งมีคุณค่ามากมายมหาศาล สิ่งเหล่านี้อาจหมดไปหากยังดำเนินการระเบิดต่อไป แต่หากตรวจสอบแล้วไม่มีคุณค่าก็จะได้ยุติการคัดค้านปล่อยให้ผู้ประกอบการดำเนินการต่อ ซึ่งก็เป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย

ขอบคุณ...Krabi United.com

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

นายทุนบุกรุกป่าชายเลน ขู่ฆ่า ประธานกลุ่มรักษ์ป่าริมเล คลองท่อม จังหวัดกระบี่

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.53 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายทรงฤทธิ์ บำรุง ประธานกลุ่มรักษ์ป่าริม เลว่า มีนายทุนเข้าไปบุกรุกป่าชายเลนหลายสิบไร่ ท้องที่หมู่ที่ 2 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และเตรียมออกเอกสารสิทธิ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 24 เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารรับที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 คลองท่อม ชาวบ้าน ม.2 ต.คลองท่อมใต้ ประมาณ 15 คน กำลังเดินสำรวจพื้นที่ถูกบุกรุก

จากการตรวจสอบรอบบริเวณป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก พบว่า มีน้ำทะเลท่วมถึง และมีร่องรอยการแผ้วถางป่าชายเลนออกไป รวมเนื้อประมาณ 30 ไร่ พร้อมกับนำต้นมะพร้าวมาปลูกทดแทน นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการนำหลักเขตที่ดินมาปักเพื่อแสดงการออกเอกสารสิทธิรวมอยู่ด้วย แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าทำลาย เนื่องจากไม่แน่ใจว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์ไปแล้วหรือไม่ ได้เพียงแต่เดินสำรวจ และยังพบว่ามีป่าชายเลนแถบใกล้เคียงกว่า 200 ไร่กำลังถูกทำลาย

นายทรงฤทธิ์ บำรุง ประธานกลุ่มรักษ์ป่าริมเล กล่าวว่า สภาพพื้นที่ถูกบุกรุก เดิมเป็นป่าไม้โกงกางที่สมบูรณ์ และเป็นแหล่งเพาะพันธ์สัตว์น้ำ แต่พบว่า มีนายทุนเข้าไปบุกรุก และคาดว่าตามหลักฐานที่แสดงน่าจะมีการออกเอกสารสิทธิไปแล้ว เพื่อเข้าครอบครองและทำประโยชน์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบ ทางสถานีพัฒนาพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลน ก็ได้เข้ามาปักแนวเขตให้ แต่พบว่าก็ยังมีการบุก

นายทรงฤทธิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนได้ชักชวนชาวบ้านร่วมกันปกป้องพื้นป่าชายเลนแห่งนี้ ก็ทราบว่า ทางนายทุนที่ครอบครองพื้นป่าแห่งนี้ไม่พอใจ ซึ่งตอนนี้ตนต้องอยู่อย่างหวาดผวา และมีคนมาเตือนให้ระวังตัวให้ดีอาจจะถูกฆ่า หากว่ายังยุ่งกับพื้นป่าแห่งนี้อีก ซึ่งตนก็ไม่สนใจคำขู่ คิดเพียงว่าจะทำอย่างไรให้รักษาป่าชายเลนแห่งนี้เอาไว้ให้ได้ ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของนายทุน เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานอื่นไม่เคยเข้ามาดูแล แม้แต่ทางจังหวัดเอง ซึ่งตนก็ไปร้องเรียนแล้วด้วยก็ไร้ผล

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

กระบี่ กรมการค้าภายในจัดขายไข่ไก่ธงฟ้า ชั่วโมงเดียวขายเกลี้ยง

นายอรุณ ไม้ทิพย์ หัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่ราคาไก่ไข่มีราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและประชาชนเป็นอย่างมากนั้น ทางการค้าภายในจังหวัดกระบี่ได้จัดจำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้า ราคาประหยัดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 53 มีประชาชน ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก มาหาซื้อที่สำนักงานฯ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ขายชั่วคราว ซึ่งการจำหน่ายแต่ละครั้งไม่เกิน 1 ชั่วโมง ไข่ที่เตรียมไว้ประมาณ 100 ถาด ขายเกลี้ยง สำหรับไข่ไก่ในเปิดขายมา ช่วง 3 วันแรก สามารถจำหน่ายไข่ไก่ไปแล้ว ประมาณ 9,000 ฟอง เบอร์ 1ในราคาแพ๊คละ 99 บาท ตกฟองละ 3.30บาท

สำหรับราคาไข่ไก่ที่มีการจำหน่าย ตามท้องตลาด ไข่ไก่ขนาดเบอร์หนึ่ง ราคาฟองละ 4.00 บาท ขนาดเบอร์สอง ราคาฟองละ 3.80 บาท ขนาดเบอร์สาม ราคาฟองละ 3.50 บาท ขนาดเบอร์สี่ ราคาฟองละ 3.20 บาท และว่าที่ไม่กล้านำมาขายในคราวละมากๆ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ใครสนมาซื้อเนื่องจากในช่วงนี้ฝนตกหนักตลอดทั้งวัน แต่ผิดคาดปรากฏว่า มีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ

หัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดกระบี่ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การจำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้า ราคาประหยัด เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จากปัญหาไข่ไก่ในท้องตลาดมีการปรับตัวสูงขึ้น ในส่วนของจังหวัดกระบี่ได้มีการประชาสัมพันธ์หรือการแจ้งให้หน่วยงานราชการต่างๆ ทราบทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบลหมู่บ้าน รวมทั้งภาคเอกชน สมาคมต่างๆ และประชาชนทราบอย่างทั่วถึง ผ่านทางวิทยุชุมชน

ขอบคุณ...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ชาวกระบี่บุกจี้ผู้ว่าฯตรวจสอบนายทุน ออกเอกสารสิทธิทับป่าชายเลน


ชาวบ้านชุมชนโรงเลื่อย ม.2 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ จำนวนประมาณ 20 คน นำโดย นายทรงฤทธิ์ บำรุง อายุ 38 ปี แกนนำชาวชุมชนโรงเลื่อย ได้เดินทางมาที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ พร้อมนำภาพถ่ายป่าชายเลน เพื่อทวงถามต่อนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ถึงกรณีที่ได้มีนายทุนเข้าไปออกเอกสารสิทธิ ทับที่ป่าชายเลนหลังชุมชนโรงเลื่อย ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้านไม่สามารถออกไปหาสัตว์น้ำ ได้ร้องเรียนหลายครั้งแต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าตรวจสอบแนวเขตที่ชัดเจน

นายทรงฤทธิ์ บำรุง แกนนำชาวชุมชนโรงเลื่อย กล่าวว่า ภายหลังจากที่นายทุนออกเอกสารสิทธิทับที่ป่าชายเลนชุมชนโรงเลื่อย ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นแหล่งหากินมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เนื่องจากเป็นป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์น้ำให้นานาชนิดให้ชาวบ้านเป็นอาหาร และมีพันธุ์ไม้ป่าชายเลนหลายชนิดที่หายาก

แต่กลับมีนายทุนเข้าไปยึดครองและออกเอกสารสิทธิทับที่ดินบริเวณดังกล่าวได้ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเข้าไปหากินได้ แม้กระทั่งหายอดจาก หรือเก็บของป่ามาขาย ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวชุมชนมาช้านาน

นอกจากนี้ ทางชุมชนจึงได้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม ชื่อ กลุ่มอนุรักษ์ป่าริมเลบ้านเรา ขึ้นมา เพื่อให้ทางจังหวัดรับรอง เพื่อจะได้ดูแลพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกทำลายป่าชายเลนที่หลงเหลืออยู่ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติให้แก่ลูกหลาน เพราะเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด

ต่อมา นางยาใจ ทรรศวรรณ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ได้มารับเรื่องโดยให้กลุ่มชาวบ้านไปหารือที่ห้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ โดยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าว ทางเจ้าของที่ดิน มีเอกสารสิทธิ ซึ่งหากทางเจ้าหน้าที่เข้าไปยึดที่คืนก็ไม่สามารถกระทำได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ ระดับจังหวัดว่าเอกสารสิทธิออกโดยชอบหรือไม่

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาก็ให้ทำโครงการผ่านทางอำเภอมาก่อน หรือให้ทางสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 24 เป็นผู้เสนอโครงการ เพื่อให้ทางจังหวัดดำเนินการต่อไป

ข้อมูลจาก...Krabi United.com

ตร.กระบี่รวบผู้ต้องหาฆ่า จนท.สสจ.ลพบุรี รับรู้จักผ่านเน็ตฯ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.วันที่ 30 มิถุนายน 2553 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกระบี่ นำโดย พ.ต.ท. พิษณุ พ่วงพร้อม สวป.สภ.เมืองกระบี่ พ.ต.ท.ชัชวาล นิลจันทร์ สว.สส. สภ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้จับกุมตัว นายวีระวุฒิ คงภัคดี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 796 ม.2 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มาทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองกระบี่ หลังติดตามจับกุมตัวได้ขณะเดินอยู่ในตลาดสดเทศบาลตำบลเหนือคลอง อ.เหนือคลอง หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อคดีฆ่า น.ส.วราภรณ์ พึ่งสุข อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 28 ม.5 อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขอำเภอโคกสำโรง พร้อมของกลางรถยนต์กระบี่อีซูซุ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทราบภายหลังทะเบียน บบ7354 ลพบุรี โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง สร้อยคอทองคำ 1 เส้น โดยก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อคดีฆ่า น.ส.วราภรณ์ พึ่งสุข อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 28 ม.5 อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอโคกสำโรง จ.ลพบุรี เสียชีวิตคาห้องพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่บ้านพักเลขที่ 249/6 ม.4 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รู้จักกับ น.ส.วราภรณ์ ผู้ตายผ่านการแชตทางอินเทอร์เน็ต เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2553 ที่ผ่านมา จากนั้นก็ได้แอบไปหาผู้ตายที่บ้านพักใน จ.ลพบุรี และอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา แต่เมื่ออยู่ไปได้สักระยะ ผู้ตายเริ่มตีจากและแอบจับได้แฟนสาวปันใจแชตกับชายอื่นหลายครั้งในห้องน้ำขณะที่ตนอยู่ด้วยในบ้านพัก จึงเกิดความหึงหวงทำให้มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง

และในคืนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายหลับอยู่ที่ชั้นล่างของบ้านพัก จึงได้ใช้ไขควงที่วางอยู่ข้างเตียง แทงไปที่หน้าอกผู้ตายพร้อมเอามือปิดปากไม่ให้ใครได้ยินเสียงกรีดร้องจนผู้ตายแน่นิ่ง จากนั้นก็เอาผ้าห่มคลุมไว้ แล้วนำรถของผู้ตายขับหลบหนีมุ่งหน้ากลับบ้านที่ จ.กระบี่ พอขับมาถึงตัวเมืองกระบี่ก็ปลดป้ายทะเบียนทิ้งทะเลที่สะพานท่าแดง เขตเทศบาลเมืองกระบี่ จากนั้นหลบไปอยู่ที่บ้านที่เหนือคลองโดยไม่ยอมเล่าเรื่องให้ใครฟัง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่สุดขณะที่ออกมาเดินซื้อของกินอยู่ในตลาดสด

ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์