วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ชาวบ้านตลาดเก่ากระบี่เตรียมย้ายหนีน้ำท่วม

ชาวบ้านตลาดเก่ากระบี่ ที่อาศัยอยู่ภายในหมูบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม เตรียมย้ายข้าวของหนี หลังพบน้ำในคลองกระบี่ใหญ่ มีระดับสูงขึ้นอย่างผิดปกติ จากฝนตกติดต่อกันหลายวัน
              เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 29 ส.ค.54 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าน้ำภายในคลองกระบี่ใหญ่ บ้านตลาดเก่า ถนนศรีตรัง ต.กระบี่ใหญ่ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนใกล้จะล้นตลิ่ง หลังจากที่มีฝนตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าน้ำที่สะสมอยู่ภายในลำคลองมีจำนวนมาก
      
       ทั้งนี้ เพราะนอกจากน้ำฝนแล้วก็ยังได้รับน้ำจากเทือกเขาพนมเบญจา ไหลลงมารวมกันภายในลำคลอง และยังได้รับอิทธิพลน้ำทะเลหนุน จึงทำให้น้ำภายในคลองกระบี่ใหญ่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
      
       บริเวณคลองกระบี่ใหญ่ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ได้มีการสร้างบ้านพักถาวรให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา จำนวน 18 ครัวเรือน โดยทุกหลังมีผู้ประสบภัยเข้าอยู่อาศัยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา
      
       นางพลับ นุ่นจุ้ย อายุ 50 ปี ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมริมคลองกระบี่ใหญ่ อยู่บ้านเลขที่ 138/13 ถนนศรีตรัง ต.กระบี่ใหญ่ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ กล่าวว่า หลังจากที่มีฝนตกลงมาติดต่อกันนานนับสัปดาห์ ทำให้น้ำภายในลำคลองเริ่มมีสีขุ่นไหลเชี่ยว และเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างเร็วจนใกล้จะล้นตลิ่ง ทำให้ตอนนี้ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด เกรงน้ำจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือง เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เคยถูกน้ำท่วม และพัดบ้านเรือนจนพังเสียหายมาแล้ว และหากฝนไม่หยุดตกก็คงจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากน้ำในคลองกระบี่ใหญ่ที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้น บริเวณน้ำตกร้อน ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกระบี่ มีน้ำจากเขานอจูจี้ ไหลลงน้ำตกร้อนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณของน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ อบต.คลองท่อมใต้ เตรียมประกาศห้ามนักท่องเที่ยวเข้า เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายได้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ตร.กระบี่รวบเอเยนต์ยาบ้าภาคกลาง พร้อมขบวนการค้าในพื้นที่ 11 คน

ตำรวจกระบี่ รวบเอเยนต์ยาบ้าจากภาคกลาง พร้อมขบวนการค้ายาในพื้นที่ ได้ 11 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า อุปกรณ์การเสพ ยาไอซ์ เงินสดกว่า 1 หมื่นกว่าบาท และรถยนต์อีก 2 คัน
              เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 28 ส.ค.54 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.อ.บุญทวี โตรักษา พ.ต.อ.ฐากูร เนตรพุกกณะ รอง ผบก.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.อ.อานนท์ พูลธนพงษ์ ผกก.สภ.เขาพนม พ.ต.ท.พิษณุ พ่วงพร้อม รอง ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.ท.สมพงษ์ ครุฑสุวรรณ สว.กก.สส.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.ท.กิตติ ราชูภิมล สว.สส.สภ.เขาพนม ร่วมกันแถลงการณ์จับกุมเครือข่ายค้ายาบ้าพร้อมผู้ต้องหา 11 คน ยาบ้า 3,950 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 22.48 กรัม เงินสดและรถยนต์ จำนวน 2 คัน
      
       ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายกัมปนาท สัมฤทธิ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/1 หมู่ 2 ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช นายสมชาย ไชยถาวร อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 5 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี นายเดชา หรือ เด็ม ชุมบุตร อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 246 หมู่ 1 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ นางจันทิรา ชุมบุตร อายุ 30 ปี ภรรยา นายสมปอง ก้านกิ่ง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 5 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม นายพนม คารินทร์วิทย์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320/1 หมู่ 9 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นางภัณฑิรา หรือต้อย บุญทอง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 1 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่
       
       นางปภัสวรรณ หรือ ปุ้ย สังข์รอด อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 6 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ นายสุรเชษฐ์ หรือ เด่น นรคีม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/4 หมู่ 2 ต.บางไทยป่า อ.บางเลน จ.นครปฐม นายประสิทธิ์ หรือ ป้อม เกตุแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 1 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม นายธีระศักดิ์ เมฆะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 4 ต.บางเลนละ อ.บางเลน จ.นครปฐม พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 3,950 เม็ด ยาไอซ์ 22.48 กรัม ยาแก้ไอยี่ห้อ ไอวาดิล 500 ขวด อาวุธปืนขนาด.38 พร้อมกระสุน จำนวน 6 นัด 1 กระบอก เครื่องชั่ง 1 เครื่อง เงินสด 12,400 บาท โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง กระสุนปืนคาร์บิน จำนวน 22 นัด พร้อมด้วยอุปกรณ์การเสพยาบ้า และยาไอซ์ รถยนต์ กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สี่ประตู ติดแผ่นป้ายทะเบียน กท 4220 สงขลา จำนวน 1 คัน รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า แคมรี่ สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน กจ 4209 กาญจนบุรี จำนวน 1 คัน
      
       ทั้งนี้ ก่อนการจับกุมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาพนม เข้าทำการระดมกวาดล้างยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดในพื้นที่อำเภอเขาพนมโดยได้เข้าทำการจับกุม นายกัมปนาท และ นายสมชาย พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 5.3 กรัม ได้ที่ถนนบ้านควน-เขาขวาง ม.4 ต.เขาดิน อ.เขาพนม จากนั้นได้ทำการขยายผลการจับกุม นายเดชา นางจันทิรา สามีภรรยา นายสมปอง นายพนม พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 7 ถุง น้ำหนัก 5.45 กรัม ย้าแก้ไอ จำนวน 550 ขวด อาวุธปืน ขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 6 นัด 1 กระบอก เครื่องชั่ง เงินสด จำนวน 12,400 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ ได้ที่บ้านเลขที่ 264 หมู่ที่ 1 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม ขณะที่นายเดชา ภรรยาพร้อมเพื่อนเสพยาไอซ์อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว
      
       จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้าเพิ่มเติมอีก5 คน คือ นางภัณฑิรา นางปภัสวรรณ ได้ที่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 6 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม รับยาบาจาก นายสุรเชษฐ์ นายประสิทธิ์ นายธีระศักดิ์ ทั้ง 3 เป็นคนจังหวัดนครปฐม ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และทำการตรวจค้นภายในรถ โตโยต้า คัมรี่ สีดำ ป้ายทะเบียน กจ 4209 กาญจนบุรี พบยาบ้าใส่ถุงสีน้ำเงินบรรจุใส่กล่องลังจำนวน 5 กล่อง อยู่ภายในท้ายรถเก๋ง จำนวน 3,950 เม็ด
      
       จาการสืบสวนทราบว่า นายสุรเชษฐ์ นายประสิทธิ์ นายธีระศักดิ์ ทั้ง 3 คน รับยาบ้าจากทางภาคกลาง โดยเฉพาะจากจังหวัดนครปฐม ส่งให้กับลูกค้าในอำเภอต่างของจังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่จับได้ที่อำเภอเขาพนมเสียก่อน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น้ำเสียจากโรงยางทำปลาตายเกลื่อน อุตสาหกรรมกระบี่สั่งแก้ไขเร่งด่วน

เจอแล้วต้นตอทำปลาในคลองปกาสัยตายเกลื่อนที่แท้เป็นน้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็นจากโรงงานแปรรูปยางพารา อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่สั่งแก้ไขเร่งด่วน
      
       
นายเอกภัทร วังสุวรรณ อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จากกรณีได้เกิดปลาตายจำนวนมากภายในคลองปกาสัย ม.4 ต.ปกาสัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดจากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับชาวบ้าน ม.4 ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น นายนิกร จันทร์อำไพ นายอำเภอเหนือคลอง นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายกอบจ.กระบี่ พร้อมด้วยนายเอกภัทร วังสุวรรณ อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ พ.ต.อ.อาทิตย์ พันธุ์พิทย์แพทย์ ผกก.สภ.คลองท่อมนายวิภัส บุตรเลี่ยม ผู้ใหญ่บ้านม.4 และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง
      
       ได้เข้าตรวจสอบโรงงาน ไทยแมค เอสทีอาร์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานแรรูปยางพาราอัดแท่ง หมู่ที่ 2 ต.เพหลา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อขอตรวจสอบภายในโรงงาน ทั้งนี้ชาวบ้านเชื่อว่าโรงงานดังกล่าวเป็นต้นเหตุปล่อยน้ำเสียลงคลอง จึงขอให้มีการตรวจสอบ โดยเข้าพบกับนายกรานต์ กิตติพล ผู้จัดการโรงงาน ที่ห้องประชุมภายในโรงงาน เพื่อเจรจาหาข้อยุติ โดยชาวบ้านได้ตั้งข้อสงสงสัยว่าโรงงานดังกล่าวเป็นต้นเหตุให้มีน้ำเสียในลำคลอง
      
       เบื้องต้นทางผู้จัดการ ก็ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง พร้อมนำเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบระบบน้ำเสียภายในโรงงาน ซึ่งผลปรากฏว่า พบร่องรอยน้ำเสียที่ท่อระบายน้ำปล่อยมาจากจากโรงล้างยางของโรงงานล้นออกมาสู่ลำคลอง นอกจากนี้พบว่ามีการนำตะแกรงเหล็กมาขวางท่อ ทำให้น้ำเสียระบายไม่ทัน ล้นออกมาลงสู่ลำคลองสาธารณะริมถนนเพชรเกษม และไหลต่อไปยังตามหมู่บ้านจนเป็นเหตุให้เกิดน้ำเสียขึ้นภายในลำคลองและทำให้ปลาตายจำนวนมาก
      
       นายเอกภัทร วังสุวรรณ อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบร่องรอยน้ำเสียล้นทางระบายน้ำของโรงงาน คาดว่าช่วงที่มีฝนตกไม่สามารถป้องกันน้ำล้นได้ จึงได้สั่งการให้ทางโรงงานหยุดดำเนินการชั่วคราว เพื่อทำการแก้ไขโดยด่วน โดยทำกำแพงกั้นท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำล้น
      
       นอกจากนี้ ได้เก็บตัวอย่างน้ำเสียจากโรงงาน ส่งไปตรวจสอบที่ศูนย์วิเคราะห์คุณภาพน้ำเสียฯ ภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วันก็จะทราบผล โดยจะนัดให้ชาวบ้านมาฟังคำตอบอีกครั้งในวันที่ 2 กันยายนนี้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

กระบี่มอบเงินกองทุนแม่ของแผ่นดินกว่า 4 ล้าน

จังหวัดกระบี่มอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดินกว่า 4 ล้านบาท
              เวลา 13.30 น.วันที่ 25 ส.ค.54 นายสมาน แสงสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานมอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ณ ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมี นายยุติศักดิ์ เอกอัคร นายอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวรายงาน
      
       นายสมาน แสงสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดกระบี่ ได้จัดพิธีรับมอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2553 ให้แก่ หมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อให้หมู่บ้าน/ชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดิน นำกองทุนพระราชทานไปเป็นต้นทุนในการทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อให้พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มุ่งเน้นภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้านชุมชน เป็นไปตามพระราชประสงค์ โดยดำเนินกิจกรรมที่หมู่บ้าน/ชุนชน เห็นสมควร เช่น การส่งเสริมบำบัดรักษาฟื้นฟู การติดตามดูแลผู้เสพ ผู้ติด ที่ผ่านการบำบัด รักษา การจัดกิจกรรมเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด การสนับสนุนด้านอาชีพ
      
       จังหวัดกระบี่ มีหมู่บ้าน/ชุมชน ที่เข้ารับมอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 295 หมู่บ้าน/ชุมชน จำแนกเป็น หมู่บ้าน 276 หมู่บ้าน และ 19 ชุมชนในเขตเทศบาล ประกอบด้วย
       1.ศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดิน ดีเด่น ประจำปี 2553 ได้แก่ บ้านป่าใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลดินอุดม อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ ได้รับมอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 60,000 บาท 2. หมู่บ้าน/ชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2547-2552 จำนวน 88 หมู่บ้าน 14 ชุมชน ได้รับมอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมู่บ้าน/ชุมชน ละ 20,000 บาท เป็นเงิน 2,020,000 บาท
      
       3.หมู่บ้าน/ชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2553 จำนวน 17 หมู่บ้าน 1 ชุมชน ได้รับมอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมู่บ้าน/ชุมชน ละ 32,500บาท เป็นเงิน 585,000บาท
       4. หมู่บ้าน/ชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2554 จำนวน 171 หมู่บ้าน 4 ชุมชน ได้รับมอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 8,000บาท ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ราษฎรจังหวัดกระบี่ ทูลเกล้าถวายสมทบกองทุนแม่ของแผ่นดิน เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553 และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานคืนกลับให้กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดกระบี่ เป็นเงิน 1,400,000บาท รวมหมู่บ้าน/ชุมชน ที่รับมอบเงินพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดกระบี่ จำนวน 295 หมู่บ้าน/ชุมชน เป็นเงิน 4,065,000 บาท
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

ผู้แทนพระองค์เยี่ยมบ้านถาวรที่กระบี่ ฝากชาวบ้านเพิ่มความระวังภัยธรรมชาติ

ผู้แทนพระองค์ตรวจเยี่ยมบ้านถาวร ที่จังหวัดกระบี่ พร้อมฝากชาวบ้านเพิ่มความระมัดระวังจากภัยธรรมชาติ
              เวลา 13.00 น.วันที่ 24 ส.ค.54 นายอภัย จันทนจุลกะ ผู้แทนพระองค์ มูลนิธิเพื่อนอาสาพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เดินทางมาตรวจเยี่ยมบ้านถาวร ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยมี นายสมาน แสงสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอเขาพนม นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ
      
       นายสมาน แสงสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดกระบี่ มีบ้านที่ทางมูลนิธิเพื่อนอาสาพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ให้ความช่วยเหลืออยู่จำนวน 136 หลัง แบ่งเป็นพื้นที่อำเภอเขาพนม จำนวน 77 หลัง อำเภอเมืองนอกเขตเทศบาล 17 หลัง ในเขตเทศบาล 22 หลัง อำเภอปลายพระยา 15 หลัง อำเภออ่าวลึก 4 หลัง อำเภอเหนือคลอง 1 หลัง การดำเนินการก่อสร้างใช้กำลังพลทหารช่างทั้งหมด แบบบ้านของมูลนิธิก็ใช้แบบของมูลนิธิทั้งหมด ส่วนแบบบ้านของทางช่อง 3 ใช้แบบของบริษัท ปูนซิเมนต์ การดำเนินการก็เรียบร้อยไปหมดแล้ว
      
       นายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอเขาพนม กล่าวว่า สำหรับบ้านที่เป็นบ้านเสี่ยงภัยที่อยู่ในพื้นที่น่าจะอันตราย จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้รับผลกระทบมีอยู่จำนวน 114 หลัง อยู่ในพื้นที่อำเภอเขาพนม 54 หลัง อำเภออ่าวลึก 5 หลัง ทางมูลนิธิจะให้เพิ่มเติมที่อำเภอเขาพนมอีกจำนวน 55 หลัง การก่อสร้างทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ให้ส่วนราชการต่างๆจัดหาช่าง วัสดุ อุปกรณ์ เพิ่มเติม ค่าแรง ยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างมีเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว 8 หลัง
      
       นายอภัย จันทนจุลกะ ผู้แทนพระองค์ มูลนิธิเพื่อนอาสาพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก กล่าวว่า ภัยธรรมชาติยังคงมีอยู่ต่อไป ขณะนี้ก็เป็นช่วงฤดูฝนก็ต้องช่วยกันระมัดระวังให้มากขึ้น ที่ผ่านมา ประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย ทำให้ประชาชนพี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ได้รับผลสำเร็จด้านที่อยู่อาศัยอย่างร็วดเร็ว นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สนธิกำลังรื้อต้นยางในเขตอุทยานหาดนพรัตน์ธารา

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี สนธิกำลัง ทหาร และ อส.เข้ารื้อถอนต้นยางพารา อายุ 1-2 ปีกว่า 1,000 ต้น ภายในเขตอุทยานฯ ท้องที่หมู่ที่ 6 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ หลังนายทุนบุกรุกแผ้วถาง กรานต้นไม้ใหญ่ให้ยืนต้นตายจำนวนมาก ก่อนปลูกอาสินเต็มพื้นที่ เพื่ออ้างสิทธิ์ครอบครอง
              เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 ส.ค.54 นายไชยธัช บุญภูพันธ์ตันติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ อส.จ.กบ และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 411 รวมจำนวนกว่า 70 นาย เข้ารื้อถอนผลอาสิน ในเขตอุทยานฯ ตามมาตรา 22 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ที่บริเวณ ท้องที่ หมู่ที่ 6 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ หลังมีนายทุนเข้าบุกรุกแผ้วถาง กรานโคนต้นไม้ใหญ่ แล้วราดยาฆ่าตอให้ยืนต้นตายจำนวนมาก รวมเนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา
      
       บริเวณพื้นที่ถูกบุกรุกอยู่บนเนินสูงชัน เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าระยะทางกว่า 800 เมตร ในพื้นที่พบต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตายจำนวนนับ 100 ต้น และมีการปลูกต้นยางพาราจนเต็มพื้นที่ อายุประมาณ 1-2 ปี สูงประมาณ 2 เมตร เจ้าหน้าที่กระจายกำลัง เข้ารื้อถอนโดยใช้มีดพร้าตัดโค่น ต้นยางพารา รวมทั้งหมดจำนวน 1,072 ต้น เพื่อไม่ให้ผู้บุกรุกกลับเข้ามาครอบครองและอ้างทำประโยชน์ในพื้นที่อีก
      
       นายไชยธัช กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สูงสามารถมองเห็นวิวชัดได้ชัดเจน เชื่อว่า เป็นที่ต้องการของนายทุน และมีราคาสูงหลายล้านบาท คาดว่า ผู้บุกรุกปลูกอาสินเพื่ออ้างเป็นหลักฐานครอบครองและขายต่อให้นายทุน ซึ่งที่ผ่านมามีการลักลอบบุกรุกอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้ จะให้เจ้าหน้าเพิ่มความเข้มงวดดูแลเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

คนร้ายบุกปาดคอชิงทรัพย์เศรษฐินีสวนปาล์มกระบี่

คนร้ายบุกฆ่าปาดคอชิงทรัพย์เศรษฐินี เจ้าของสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน พร้อมเชิดรถเก๋งของผู้ตายหลบหนี
              วันที่ 18 ส.ค.54  พ.ต.ท.ขจิตร คงปราบ พนักงานสอบสวน สภ.เขาพนม จ.กระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆ่ากันตายภาย ในบ้านเลขที่ 261 หมู่ 4 ต.โคกหาร อ.เขาพนม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ภายในสวนปาล์มน้ำมัน และสวนยางหลายร้อยไร่ และอยู่ห่างไกลจากบ้านของคนอื่น
      
       บริเวณหน้าห้องนอน พบศพเจ้าของบ้านทราบชื่อ นางมลฤดี ชำนาญกิจ อายุ 32 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือด สภาพสวมเสื้อสีแสด นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินบริเวณลำคอถูกของมีคม ปาดคอหวิดขาด หน้าอกและหน้าท้อง มีรอยถูกแทงพรุน รวม 13 แผล เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านหายไป ประกอบด้วย สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน กง 3108 สุราษฎร์ธานี ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่ารถคันที่หายไป คนร้ายได้ขับไปจอดทิ้งไว้ริมถนนห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร สาเหตุเนื่องจากรถหมดน้ำมัน
      
       สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพังคนเดียว เพราะลูกๆ ไปโรงเรียน ส่วนสามีขับรถไปส่งต้นกล้ายางพาราในจังหวัดทางภาคอีสาน หลายวันแล้ว คาดว่า คนร้ายคงรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตายเป็นอย่างดี โดยอาศัยช่วงที่ผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว จึงบุกเข้าชิงทรัพย์ แต่ผู้ตายขัดขืน หรือไม่ก็รู้จักกับคนร้าย จึงได้ทำการฆ่าปิดปากและขนทรัพย์สินหลบหนี เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุของการสังหารเศรษฐินีรายนี้ เนื่องจากคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์สิน ซึ่งจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
      
       ล่าสุด มีรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปทำการสอบสวนแล้ว 1 คน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กระบี่ส่อแวววืดดันบินตรงจากเซี่ยงไฮ้ ติดลดค่าลงจอดเครื่องบินไม่ได้อีกแล้ว

เที่ยวบินตรงเซี่ยงไฮ้-กระบี่ ส่อแวววืด จีนขอลดค่าธรรมเนียมลงจอดเครื่องบิน ที่ไม่สามารถดำเนินการได้
      
       
นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ตามที่ตัวแทนสายการบิน จำนวน 2 แห่ง บริษัททัวร์ จำนวน 8 แห่ง พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนจากเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดกระบี่ เพื่อเก็บข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 18-21 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา และได้มีการสรุปความคิดเห็นของความเป็นได้ที่จะเปิดสายการบินบินตรงเซี่ยงไฮ้-กระบี่ โดยทางสายการบินต้องการให้สนามบินกระบี่ ลดค่าธรรมเนียมการจอดให้ถูกกว่าเดิม
      
       
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวนั้น ทางคณะจากเซี่ยงไฮ้ยอมรับว่ามีความสวยงาม แต่ก็ได้แนะนำให้มีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เส้นทางเข้าแหล่งท่องเที่ยว ห้องสุขามีจำนวนน้อยและไม่สะอาด ส่วนในด้านค่าที่พักและค่าบริการต่างๆนั้นเป็นที่ยอมรับได้
      
       
นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า นายอุเทน ตัณตรีบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เป็นประธานในการประชุมพิจารณาความเห็นและข้อเสนอแนะข้างต้นแล้ว ได้ข้อสรุปว่า เรื่องการขอลดค่าธรรมเนียมลงจอดของสนามบินนั้น ทางท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่คงลดให้ไม่ได้แล้วเนื่องจากที่ผ่านมาก็คิดในราคาที่เหมาะสมแล้ว และถูกกว่าที่อื่น ส่วนการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวนั้น ทางจังหวัดจะรับไว้พิจารณาและทำการปรับปรุงในลำดับต่อไป เพราะบางแห่งการของบประมาณต้องขอจากส่วนกลางอาจจะทำให้ล่าช้าไปบ้าง
      
       “
สรุปในภาพรวมแล้วก็ยังถือว่าตัวแทนจากเซี่ยงไฮ้ยังไม่พอใจในข้อตกลง โดยเฉพาะในเรื่องของค่าธรรมเนียมการจอดในสนามบิน ซึ่งยังมีสนามบินอื่นที่ต้องการให้เครื่องบินไปลง เช่น สนามบินภูเก็ต ที่มีเที่ยวบินกว่า 100 เที่ยวบินในช่วงโลว์ซีซัน และประมาณ 200 กว่าเที่ยวบินในช่วงไฮซีซัน ในขณะที่สนามบินจังหวัดกระบี่ มีเที่ยวบินไม่เกิน 10 เที่ยวต่อวัน ดังนั้น ความหวังที่จังหวัดกระบี่จะได้นักท่องเที่ยวโดยการบินตรง คงจะเลือนรางเต็มที สำหรับทางออกของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ ก็คือ การเดินทางไปขายแพกเกจทัวร์ตามงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ชาวประมงบ่อม่วงกระบี่เดือดร้อนหนัก หลังแพขนานยนต์กีดขวางเรือประมง

ชาวประมงบ้านบ่อม่วง กระบี่เดือดร้อนหนัก หลังผู้ประกอบการนำแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ จอดทิ้งไว้ในป่าชายเลนกีดขวางทางเรือประมงเข้าออกไม่ได้ ต้องวิ่งอ้อมระยะทางไกล พอน้ำขึ้นแพก็กระแทกเรือจนพังเสียหายไปแล้ว1ลำ เผยเจ้าของนำมาจอดทิ้งนานกว่า6 เดือน อ้างนำมาซ่อมแซมทุ่น วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วย
      
       
วันที่ 15 ส.ค.54 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางจินดา มรจร อายุ 43 ปี อาชีพทำการประมง อยู่บ้านเลขที่ 65/9 บ้านบ่อม่วง ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ว่า ได้รับความเดือดร้อนมานานจากผู้ประกอบการนำแพขนานยนต์เก่ามาจอดทิ้ง ขวางทางเรือ ทำให้เรือเข้าจอดไม่ได้ เพราะด้วยความใหญ่ของแพขนานยนต์ซึ่งยาวกว่า 50 เมตร กว้างประมาณ 8 เมตร มาจอดขวางอยู่บริเวณป่าชายเลนหลังบ้าน ทำให้เรือประมงของตนที่มีอยู่ 3 ลำไม่สามารถเข้าจอดเทียบท่าได้ ต้องวิ่งอ้อมป่าโกงกางเป็นระยะทางไกล
      
       
นางจินดา กล่าวว่า แพขนานยนต์มาจอดทิ้งไว้นานประมาณ 6 เดือนแล้ว โดยมีผู้ประกอบการรายหนึ่ง นำมาจอดบริเวณหลังบ้านของตน ซึ่งเป็นท่าเรือขนาดเล็ก โดยบอกว่า จะมาซ่อมแซมทุ่นใหม่ ทำให้เรือหางยาวของตนจำนวน 3 ลำ ที่ต้องออกทำการประมง ไม่สามารถเข้าออกได้ และในขณะน้ำขึ้นสูงและมีคลื่นลมแรง เรือที่จอดอยู่ใกล้ๆ แพก็ถูกกระแทกได้รับความเสียหาย พื้นเรือรั่วและหลังคาพังไป 1 ลำ ไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งถ้ายังจอดอยู่อย่างนี้ก็จะทำให้เรือเข้าออกไม่ได้ ต้องวิ่งอ้อมระยะทางไกล และอาจจะถูกกระแทกจนพังอีก จึงแจ้งให้เจ้าของมาทำการเคลื่อนย้าย ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ และทางเจ้าของแพยังถมดินเข้าไปบริเวณที่แพจอดอยู่โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ด้วย ทั้งที่แพจอดอยู่ในป่าชายเลน
      
       
จนกระทั่ง เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ตนไปแจ้งเจ้าหน้าที่ขนส่งทางน้ำแล้ว แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ จึงได้แจ้งตำรวจที่สภ.ทรายขาวเพื่อให้มาดำเนินการเจรจาขอให้เคลื่อนย้ายออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล จึงอยากเรียกร้องผ่านสื่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการให้ด้วย เพราะตนได้รับความเดือดร้อนมานานกว่า 6 เดือนแล้ว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กระบี่จัดโครงการเปิดบ้านสีเขียว สร้างความเข้าใจโรงงานกับชุมชน

จังหวัดกระบี่ ร่วมกับอุตสาหกรรม จัดกิจกรรมเปิดบ้านสีเขียว สร้างความเข้าใจระหว่างโรงงาน และชุมชนใกล้เคียง แก้ไขปัญหาผลกระทบด้านมลพิษ และสิ่งแวดล้อม โดยให้ชาวบ้านเข้าเยี่ยมชมโรงงาน โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมในกระบี่เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 4 โรง
      
       วันที่ 10 ส.ค.54 ที่บริษัท เอเชี่ยนน้ำมันปาล์ม จำกัด เลขที่ 99 ม.2 ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเปิดบ้านสีเขียว แก้ปัญหาผลกระทบด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อม โดยให้ชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงเข้าร่วมฟังการบรรยายผลกระทบ และการแก้ไขปัญหา และเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงาน รวมไปถึงการบำบัดของเสีย ไม่ให้เกิดมลภาวะ และร่วมกับชุมชนปลูกต้นไม้ริมถนน เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2554
      
       นายเอกภัทร วังสุวรรณ อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การดำเนินโครงการเปิดบ้านสีเขียว (Open Green House) เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างจังหวัดกระบี่ กระทรวงอุตสาหกรรมโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ ระหว่างผู้ประกอบกิจการโรงงาน กับทุกอำเภอของจังหวัดกระบี่ เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อม สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม ทุกภาคส่วน เพื่อการอยู่ร่วมกัน รวมทั้งกระตุ้นให้มีการเฝ้าระวังการเกิดผลกระทบด้านมลพิษของสถานประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม
      
       สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการในปีงบประมาณ 2554 มีจำนวน 4 โรงงาน ประกอบด้วย บริษัท ไทยอินโด ปาล์มออยล์ แฟคเทอรี่ จำกัด บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) บริษัท เอเชี่ยนน้ำมันปาล์ม จำกัด และบริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)สาขาปลายพระยา
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หมอกควันอินโดฯปกคลุมกระบี่

หมอกควันจากอินโดนีเซีย ปกคลุม จ.กระบี่ ในรอบหลายปี
      
       เวลา 14.30 น.วันที่ 2 ส.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนท้องฟ้าทั่วทั้งจังหวัดกระบี่ มีหมอกควันไฟปกคลุมไปทั่ว ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นระยะไกลไม่ชัดเจน โดยเฉพาะบนท้องฟ้า มีความหนาแน่นของหมอกควันอย่างเห็นได้ชัด ทำให้บดบังทัศนียภาพและมองไม่เห็นเทือกเขา แต่ในภาคพื้นดินที่ต่ำลงระยะใกล้ยังคงมองเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ปัญหาหมอกควันเข้าปกคลุมท้องฟ้าในจังหวัดกระบี่ ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
      
       นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากการสอบถามไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ ทราบว่า หมอกควันที่ปกคลุมอยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่อยู่ในขณะนี้ เป็นหมอกควันที่เกิดจากไฟป่า บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย พัดเข้ามาปกคลุมจังหวัดกระบี่ ในช่วงบ่ายของวันนี้ (2 ส.ค.) ทำให้สภาพอากาศบนท้องฟ้า ระยะไกลมองเห็นไม่ชัด
      
       นายเถลิงศักดิ์ ยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับหมอกควันที่พัดเข้ามาปกคลุมจังหวัดกระบี่ในครั้งนี้ ยังมีจังหวัดอื่นๆด้วยที่ได้รับผลกระทบ เช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่นอีก รวมแล้วเกือบ 10 จังหวัด
      
       สำหรับหมอกควันที่พัดเข้ามาปกคลุมในครั้งนี้ จากการตรวจวัดปริมาณของฝุ่นละอองที่ปะปนมากับกลุ่มควันไฟ พบว่ามีขนาด 27.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ไม่ถึงกับก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด
หมอกควันจากอินโดนีเซีย ปกคลุม จ.กระบี่ ในรอบหลายปี
      
       เวลา 14.30 น.วันนี้ (2 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนท้องฟ้าทั่วทั้งจังหวัดกระบี่ มีหมอกควันไฟปกคลุมไปทั่ว ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นระยะไกลไม่ชัดเจน โดยเฉพาะบนท้องฟ้า มีความหนาแน่นของหมอกควันอย่างเห็นได้ชัด ทำให้บดบังทัศนียภาพและมองไม่เห็นเทือกเขา แต่ในภาคพื้นดินที่ต่ำลงระยะใกล้ยังคงมองเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ปัญหาหมอกควันเข้าปกคลุมท้องฟ้าในจังหวัดกระบี่ ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
      
       นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากการสอบถามไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ ทราบว่า หมอกควันที่ปกคลุมอยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่อยู่ในขณะนี้ เป็นหมอกควันที่เกิดจากไฟป่า บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย พัดเข้ามาปกคลุมจังหวัดกระบี่ ในช่วงบ่ายของวันนี้ (2 ส.ค.) ทำให้สภาพอากาศบนท้องฟ้า ระยะไกลมองเห็นไม่ชัด
      
       นายเถลิงศักดิ์ ยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับหมอกควันที่พัดเข้ามาปกคลุมจังหวัดกระบี่ในครั้งนี้ ยังมีจังหวัดอื่นๆด้วยที่ได้รับผลกระทบ เช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่นอีก รวมแล้วเกือบ 10 จังหวัด
      
       สำหรับหมอกควันที่พัดเข้ามาปกคลุมในครั้งนี้ จากการตรวจวัดปริมาณของฝุ่นละอองที่ปะปนมากับกลุ่มควันไฟ พบว่ามีขนาด 27.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ไม่ถึงกับก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์