วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555

ชาวพีพีร้องขอตำรวจที่ขยันทำงานอยู่ประจำเกาะ

ชาวเกาะพีพีประท้วงไม่เอานายตำรวจที่เคยถูกร้องเรียน ทำงานบนเกาะ เหตุไม่ใสใจต่อหน้าที่
      
       ที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ ชาวบ้านจากเกาะพีพี หมู่ที่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ กว่า 20 คน นำโดยนายสมหมาย จันทร์ทิน แกนนำชาวบ้านได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ โดยมีนายสมาน แสงสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสุนทร เครือหลี ป้องกันจังหวัดกระบี่ ลงมารับหนังสือจากชาวบ้าน
            นายสมหมาย จันทร์ทิน แกนนำ กล่าวว่า วันนี้ที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน เนื่องจากที่ผ่านมาทางชาวบ้านในเกาะพีพีรวมถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้เคย ร้องเรียนให้ย้ายนายตำรวจคนหนึ่งออกจากการคุม สภ.ย่อยเกาะพีพี เพราะปล่อยปละละเลยปัญหาในด้านต่างๆ ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ก็ประสานไปยังตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ย้ายนายตำรวจคนดังกล่าว และส่งนายตำรวจคนใหม่ลงมาดูแล จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายเดือน นายตำรวจผู้นี้ก็ได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เข้ากับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี มีปัญหาอะไรชาวบ้านก็ไปพูดคุยได้ มีตำรวจนั่งทำงานที่สภ.ย่อยตลอด แต่อยู่ๆ เมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ก็มีคำสั่งย้ายขึ้นฝั่งมาประจำสภ.เมืองกระบี่ แล้วส่งนายตำรวจคนเดิมลงมาทำงานได้ 1 วันแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่สามารถเข้ากับชาวบ้านได้ จึงขอให้ย้ายนายตำรวจคนดังกล่าวกลับไป และส่งคนเดิมลงมา
           ด้านนายสมาน แสงสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับหนังสือไว้ก่อนแล้วจะหารือไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กระบี่ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่ พล.ต.ต.จำรูญ ชุ่มชื่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนที่มีการย้ายตำรวจคนใหม่ลงไปนั้น เป็นการสลับตำแหน่งเพื่อไม่ให้เหน็ดเหนื่อยต่อหน้าที่ และเป็นการย้ายเพื่อความเหมาะสม แต่เมื่อชาวบ้านต้องการเช่นนั้น ก็จะพิจารณาว่าจะได้หรือไม่ต่อไป
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายตำรวจที่เพิ่งถูกย้ายลงไป ประจำที่ สภ.ย่อยเกาะพีพี คือ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดทอง สวป.สภ.เมืองกระบี่ ส่วนตำรวจที่เพิ่งถูกย้ายขึ้นฝั่งคือ พ.ต.ท.คุณากร พริ้งสกุล สวป.สภ.เมืองกระบี่ ซึ่ง พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เมื่อประมาณเดือนธันวาคมปี 54 ได้ถูกชาวบ้านร้องเรียนว่าไม่อยู่ประจำสภ. และขัดแย้งกับชาวบ้านจึงถูกย้ายขึ้นฝั่ง ก่อนส่ง พ.ต.ท.คุณากรลงไปประจำ และอยู่ได้แค่ 3 เดือนก็ถูกย้ายสลับตำแหน่งกลับมาอีก
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

ผลตรวจซากช้างที่กระบี่พบมีตั๋วรูปพรรณส่วนงาเจ้าของเอากลับ

ผลตรวจซากช้างตายที่ ต.เขาครามจังหวัดกระบี่ พบเป็นช้างมีตั๋วรูปพรรณ ส่วนงาช้างเจ้าของเผยเป็นคนเอากลับไปเอง ขณะที่ซากช้าง จะเร่งขุดหลุมฝังเพื่อไม่ให้กระทบกับชาวบ้าน
          สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบซากช้างตายที่ กลางสวนยางพารา หมู่ที่ 5 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ โดยซากช้างถูกจามที่หัวเพื่อเอางา และทิ้งซากไว้ในสภาพสยดสยอง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มี.ค.55 นายยุติศักดิ์ เอกอัคร นายอำเภอเมืองกระบี่ พร้อมด้วย นายวิบูลย์ เลิศวัฒนาสมบัติ ปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลช้างภาคใต้จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ อบต.เขาคราม กำนัน ต.เขาคราม ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.เขาคราม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางขึ้นไปพิสูจน์ซากช้างและตรวจหาสาเหตุการตาย
            ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบพบว่าช้างดังกล่าวเป็นช้างของนายเสรี ศรีสุข อายุ 57 ปี ชื่อพลายบุญนำ อายุ 49 ปี ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบทางเจ้าของช้างได้นำตั๋วรูปพรรณมาแสดงกับทางเจ้า หน้าที่ด้วย และจากการตรวจสอบพบว่าตั๋วรูปพรรณที่เจ้าของช้างนำมาแสดงตรงกับซากช้างที่พบ ซึ่งระบุได้ว่าช้างเชือกดังกล่าวไม่ใช่ช้างป่า ส่วนสาเหตุการตายของช้างเกิดจากการช็อคตายอย่างกะทันหัน เนื่องจากมีความอ่อนเพลีย อากาศร้อน และทำงานหนักติดต่อกันหลายวัน
      
       ขณะที่นายเสรี เจ้าของช้าง กล่าวว่า ช้างที่ตายนั้นชื่อ พลายบุญนำ อายุ 49 ปี ซึ่งในส่วนของงาช้างที่หายไปนั้น ตนเองเป็นคนเอากลับไป ส่วนซากช้างก็จะเร่งทำขุดหลุมฝังเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

สุดสยองพบซากช้างพลายล้มกลางป่าถูกจามหัวตัดเอางา

สุดสยองพบซากช้างพลายล้มกลาง ป่า สภาพถูกจามหัว ตัดเอางา พร้อมอวัยวะ ทิ้งไว้เพียงซาก ไร้เงาเจ้าของ และควาญช้าง เจ้าหน้าที่เร่งหาตัว ด้านชาวบ้านหวั่นแพร่กระจายเชื้อโรคเพราะซากถูกทื้งไว้ที่ต้นน้ำ
              เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 มี.ค.55 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายก้าหรีม หลักแหล่ง กำนันตำบลเขาคราม อ.เมืองกระบี่ ว่า มีช้างตายอยู่บนยอดเขา หมู่ 5 บ้านเขาขาว ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ เบื้องต้นยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบ หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ยอดเขาดังกล่าวพร้อมด้วย นายย่าหมาด หวันร่าหมาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.เขาคราม นายสาฝาด สิงห์แก้ว ส.อบต.เขาคราม และชาวบ้านในพื้นที่
          โดยที่เกิดเหตุต้องใช้รถโฟร์วินเดินทางขึ้นไปบนยอดเขาได้ครึ่งทาง จากนั้นเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 2 กม.ที่เกิดเหตุเป็นทางเดินเล็กอยู่ในสวนยาง พบซากช้างพลายตัวใหญ่ อายุประมาณ 40 ปี นอนตายอยู่ในสภาพตะแคง ที่หัวถูกจามจนแบะจนถึงสมอง เพื่อเอางา ส่วนงวงถูกตัดทิ้งอยู่ข้างซากช้าง ส่วนที่เล็บเท้าถูกเฉือนออกไปบางส่วน รวมทั้งที่ปลายหางก็ถูกตัดจนขาดด้วย เบื้องต้นคาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชม.เนื่องจากเลือดเริ่มมีกลิ่นเหม็นแล้ว
      
       นายย่าหมาด หวันร่าหมาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.เขาคราม กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ขณะที่ขึ้นไปกรีดยางบนเขาดังกล่าว ว่า มีช้างตายอยู่กลางสวนยางสภาพเป็นที่น่าเวทนา เนื่องจากถูกตัดเอาอวัยวะไปหลายส่วน และอาจจะเกิดผลกระทบต่อพื้นที่ ทั้งเรื่องกลิ่นและอาจจะกระทบกับน้ำตามลำห้วย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นน้ำของ ต.เขาคราม และ ต.คลองหิน จึงได้นำเรื่องไปแจ้งกับกำนันตำบลเขาคราม เพื่อแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบและเข้ามาจัดการ เนื่องจากทราบว่าเจ้าของและควาญช้างได้เดินทางออกนอกพื้นที่ไปแล้ว
          นายย่าหมาด กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่า ช้างน่าจะถูกใช้ให้ลากไม้ในระยะทางไกล ซึ่งจากการตรวจสอบที่ขาหลังของช้าง และตามลำตัวพบมีบาดแผลจำนวนมากจากการใช้ตะขอเพื่อบังคับให้ช้างทำงานจนช้าง สิ้นใจตาย จากนั้นเจ้าของได้ตัดเอางาเอาไป ซึ่งทราบจากชาวบ้านว่างาของช้างตัวดังกล่าวมีอยู่ข้างเดียว ยาวประมาณ 1 เมตร ส่วนอวัยวะอื่นๆ ไม่ทราบว่าตัดไปเพื่อสาเหตุใด ซึ่งจะต้องแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการต่อไป
      
       อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากลงจากยอดเขาแล้ว ทาง นายวิบูลย์ เลิศวัฒนาสมบัติ ปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ โดยเบื้องต้นแจ้งว่า ต้องไปตรวจสอบก่อนว่าช้างตายเพราะสาเหตุใด และเป็นช้างของใคร เพื่อที่จะได้เข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งการฝังกลบช้างตัวดังกล่าว และจะได้ทำการตรวจว่าช้างตัวดังกล่าวมีตั๋วรูปพรรณถูกต้องหรือไม่ ส่วนที่มีการบอกว่ามีการตัดเอาอวัยวะของช้างไปด้วยนั้นก็จะได้สืบหาสาเหตุ และก็จะแจ้งให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ตร.อ่าวลึกจับเครือข่ายยาเสพติดได้ผู้ต้องหา 5 คน

ตำรวจ สภ.อ่าวลึก จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด ได้ผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมยาบ้า 180 เม็ด ยาไอซ์ 25 กรัม อาวุธปืนอีก 1 กระบอก
             พ.ต.ท.สุขเกษม นครวิลัย รองผกก.ป.สภ.อ่าวลึก แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้ตัวผู้หา 5 ราย ประกอบด้วย นายจเร เลี่ยมชาติ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ 1 ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก นายนิภัทณ์ บัวบุตร อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ 3 ตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก นายจักรรินทร์ ปานคง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/57 หมู่ 7 ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก นายสรรชัย แก่นจันทร์ อายุ 31 ปี และนายเอกสิทธิ์ แก่นจันทร์ อายุ 29 ปี ทั้งสองอยู่บ้านเลขที่ 13/19 หมู่ 2 ตำบลอ่าวลึกเหนือ พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 183 เม็ด ยาไอซ์ 25 กรัม อาวุธปืนขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 7 นัด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง
          โดยการจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านเลขที่ 13/19 หมู่ 2 ตำบลอ่าวลึกเหนือ เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาและจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จึงได้วางแผนเข้าจับกุม จากการตรวจค้นภายในบ้านพบยาเสพติดจำนวนดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ตร.อ่าวลึกจับชาวอินเดียไม่มีใบอนุญาตทำงาน

ตำรวจอ่าวลึกจับกุมแขกอินเดีย จำนวน 7 คน ลักลอบขายกางเกงยีนส์โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน       
       
วันที่ 14 มี.ค.55 พ.ต.ท.สุขเกษม นครวิไล รองผกก.ป.สภ.อ่าวลึก นำกำลังเข้าจับกุมชาวต่างด้าวลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 2 ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ภายหลังได้รับแจ้งว่า ที่บ้านหลังดังกล่าว มีคนต่างด้าวเข้ามาลักลอบทำงานโดยผิดกฏหมาย โดยได้มาตระเวนขายเสื้อผ้า และมาพักอาศัยอยู่จำนวนกว่า 10 คน เจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าตรวจค้น
      
       จากการตรวจค้นพบชาวต่างชาติสัญชาติอินเดียจำนวน 7 คน พร้อมด้วยของกลางเสื้อผ้า กางเกงยีนส์ แว่นตา เป็นจำนวนมาก ผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ให้การรับสารภาพว่า เข้าเมืองมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน โดยตนและพวกได้มาตระเวนขายเสื้อผ้าในพื้นที่ อ.อ่าวลึก ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ โดยมีชาวอินเดียคนหนึ่งเป็นนายจ้าง จ้างพวกตนเดือนละ 5,000 บาท ให้ตระเวนขายเสื้อผ้า ในราคาตัวละ 300-500 บาท จนมาถูกจับกุมดังกล่าว
      
       ภายหลังจากการตรวจสอบ พบว่า ชาวต่างชาติทั้ง 7 คน เข้าเมืองมาอย่างถูกกฎหมายจริง แต่เข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงได้ดำเนินการจับกุมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

หวั่นพื้นที่เขาพนมขาดน้ำช่วงหน้าแล้ง หลังฝายทดน้ำเสียหายจากดินถล่ม

ผู้จัดการสำนักงานประปากระบี่ ระบุช่วงหน้าแล้งปีนี้หลายพื้นที่ในอำเภอเขาพนม จ.กระบี่ อาจขาดแคลนน้ำ หลังโครงการสร้างฝายทดน้ำใหม่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุภูเขาถล่มเมื่อปี ที่ผ่านมาต้องหยุดชะงัก เนื่องจากทางอุทยานฯ และกรมป่าไม้ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ แนะประชาชนหาที่เก็บน้ำรองรับ และเตรียมหาแหล่งน้ำใหม่ทดแทน
      
       
นายวิจิตร์ เกิดบางกา ผู้จัดการสำนักงานประปากระบี่ กล่าวว่า ในช่วงหน้าแล้งปีนี้ ระบบประปาที่อำเภอเขาพนม จ.กระบี่ อาจจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำในบางช่วง ซึ่งเกิดจากภูเขาถล่ม เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2554 ส่งผลให้ระบบประปาทั้งฝายทดน้ำ และท่อส่งน้ำจากพื้นที่เทือกเขาพนมเบญจา ได้รับความเสียหายไม่สามารถใช้การได้ ที่ผ่านมาได้ของบประมาณในการก่อสร้างฝายและวางท่อ ที่บ้านห้วยเนียง งบประมาณ 30 กว่าล้านบาท ซึ่งก็ได้ผู้รับเหมาแล้ว แต่เมื่อทำหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์ พืช และกรมป่าไม้ ผลปรากฏว่ายังไม่ได้รับการอนุญาต ทำให้โครงการต้องหยุดชะงัก และอาจจะต้องคืนงบประมาณดังกล่าว
           นายวิจิตร์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในเบื้องต้นทางการประปา คงต้องใช้เครื่องผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่ บริเวณสระน้ำหลังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ไปอีกระยะหนึ่ง แต่ในช่วงหน้าแล้ง น้ำอาจจะขาดแคลนในบางพื้นที่แน่นอน เพราะระดับน้ำในคลองที่นำมาผลิตน้ำดิบ เริ่มลดลง ต้องผันน้ำจากสระน้ำใกล้เคียงมาเสริม และระบบประปาเคลื่อนที่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีต้นทุนค่าน้ำมันสูงถึงวันละ 6,000 บาท ตกเดือนละ 1.8 แสนบาท ซึ่งไม่คุ้มกับรายได้ที่ได้มาจากการจัดเก็บน้ำซึ่งอยู่ที่เดือนละ 1 แสนบาทเช่นกัน เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ทางการประปาได้นำมอเตอร์มาใช้แทนเครื่องยนต์ โดยจะประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนำหม้อแปลง มาติดตั้ง เพื่อใช้เป็นพลังงานเดินเครื่องสูบน้ำ และจะต้องหาแหล่งน้ำดิบมาทดแทนเพื่อแก้ปัญหา และขอให้ประชาชนหาที่เก็บน้ำรองรับ
          ล่าสุด ได้หารือกับทางผู้เกี่ยวข้องผู้นำท้องถิ่นในอำเภอเขาพนม เพื่อหาแหล่งน้ำดิบแหล่งใหม่ไว้ทดแทนหากน้ำขาดแคลนจริงๆ คือบริเวณสระน้ำบ้านหนองไหล หมู่ที่ 8 ต.เขาพนม และติดต่อกับตำบลพรุเตียว ซึ่งต้องรอให้ทางคณะกรรมการลุ่มน้ำในพื้นที่ อ.เขาพนม ได้หารือกันว่าจะอนุญาตให้ใช้หรือไม่ แต่ในระยะยาวคาดว่าจะต้องใช้น้ำจากเทือกเขาพนมเบญจา เพราะมีน้ำตลอดปี
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

กรมทรัพย์ให้ความรู้ด้านธรณีวิทยาแก่บุคคลากรด้านการศึกษาที่กระบี่

กรมทรัพยากรธรณี จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา แก่บุคลากรทางด้านการศึกษา ในจังหวัดกระบี่ เพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดทอดให้แก่นักเรียนนักศึกษา ได้ตระหนักถึงภัยธรรมชาติ
              วันที่ 14 มี.ค.55 ที่โรงแรมมาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท จ.กระบี่ ดร.ทศพร นุชอนงค์ รองอธิบดี กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาองค์ความรู้ ด้านธรณีวิทยา ทรัพยากรธรณีและภัยพิบัติ หลักสูตรที่ 32 จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 14-17 มีนาคม 2555 โดยมี นายมนตรี เหลืองอิงคะสุต และ นายอาคม ยุทธนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวให้การต้อนรับ
      
       การจัดอบรมในครั้งนี้เพื่อให้ความรู้แก่บุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างให้เป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ทางธรณีวิทยา และสามารถนำไปถ่ายทอดสู่นักเรียนได้ โดยมีคณะครู อาจารย์ และบุคคลที่ทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดกระบี่เข้าร่วม จำนวน 150 คนเข้าร่วมการอบรม
           ดร.ทศพร นุชอนงค์ รองอธิบดี กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ในปัจจุบันพื้นที่ในประเทศไทย ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุภัยพิบัติธรรมชาติ ขึ้นหลายครั้ง ทั้งเหตุภัยพิบัติสึนามิ เหตุการณ์ดินถล่ม สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินประชาชนจำนวนมาก ซึ่งจากการสำรวจในประเทศไทยพบว่าพื้นที่ที่เสี่ยงดินถล่มมีทั้งหมด 51จังหวัด กว่า 6,000 หมู่บ้าน ดังนั้นสิ่งที่จะต้องเตรียมการในขณะนี้คือข้อมูล และความรู้ในเรื่องธรณีวิทยา ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรณี และกระบวนการต่างๆที่เกี่ยวกับโลก และผืนแผ่นดินของประเทศไทย
      
       บุคลากรทางการศึกษา เป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญมากของประเทศ และมีความใกล้ชิดกับประชาชน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คนในวงการศึกษา รวมทั้งประชาชนควรจะต้องมีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ข้างต้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจัดการ การใช้ประโยชน์ และการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรณีในประเทศไทย และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความรู้และวิธีการเฝ้าระวัง เรื่องธรณีพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งบุลากรเหล่านี้สามารถถ่ายทอดความรู้ไปสู่เยาวชน รวมทั้งประชาชนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
      
       สำหรับจังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม มีคุณค่าควรแก่การศึกษาและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับประเทศ และนานาชาติ หลายแห่ง นอกนี้ภารกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของกรมทรัพยากรธรณี คือ การดำเนินการเชิงรุก เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาที่มีคุณค่า โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาไปสู่การจัดตั้งอุทยานธรณีในระดับจังหวัดและประเทศ และในที่สุดมีการนำเสนอแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยาที่มีศักยภาพสูง เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นเครือข่ายอุทยานธรณีวิทยาโลกจาก UNESSCO
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

สตรีกระบี่เตรียมขบวนอ้อน ครม.สัญจรภูเก็ต ขอตั้ง “ม.อันดามัน”


คณะกรรมการกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดกระบี่ ออกมาเรียกร้องให้สตรี เร่งสมัครเข้ากองทุนฯหลังพบกลุ่มสตรียังให้ความสนใจน้อย พร้อมเตรียมยกขบวน พบนายก ครม.สัญจรภูเก็ต อ้อนขอตั้งมหาวิทยาลัยอันดามันในจังหวัดกระบี่
      
       นางประหยัด ศรีบุญชู คณะกรรมการกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสตรีรัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อจัดสรรให้ประชาชนที่เป็นสตรี ได้มีบทบาทนำเงินกองทุนไปประกอบอาชีพเพิ่มรายได้ เพราะสตรีมีบทบาทสำคัญในครอบครัวมาก และในจังหวัดกระบี่ พบว่า กลุ่มสตรียังมีความตื่นตัวน้อย เนื่องจากกลัวในเรื่องของสีเสื้อที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมอยู่ในขณะนี้
      
       “โดยอย่าคิดว่า การเข้ากองทุนฯ เป็นเรื่องของสี ให้คิดว่าเงินที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นเงินภาษีของเราทุกคนมีสิทธิ์ อยากจะขอให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ขึ้นไปรวมกลุ่มกันมาเพื่อทำงานจะได้เกิดผลกับตัวเอง เพราะว่าเรายังล้าหลังอยู่มาก ผู้หญิงเราที่เข้าไปทำงานการเมืองก็มีน้อย ควรจะได้มีการเสียสละมากกว่านี้นางประหยัด กล่าวต่อและว่า
      
       เป็นโอกาสดีที่ผู้นำประเทศเป็นสตรี ในโอกาสที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางกลุ่มสตรีจังหวัดกระบี่ ก็จะรวมตัวกันไปให้กำลังใจและแสดงความยินดีที่ท่านได้เป็นผู้นำประเทศที่ เป็นสตรีคนแรกของประเทศไทย และขอบคุณที่ได้จัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนพัฒนาสตรีมาเพื่อสตรีโดยเฉพาะ
      
       ที่สำคัญ ที่เป็นความหวังของชาวจังหวัดกระบี่สูงสุด ก็คือ จะอ้อนขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยผลักดันโครงการมหาวิทยาลัยอันดามัน ให้เกิดขึ้นในจังหวัดกระบี่ ในนามกลุ่มสตรีจังหวัดกระบี่ และชาวจังหวัดกระบี่ ที่ผ่านมา จังหวัดกระบี่ได้สร้างรายได้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

งานวันสตรีสากลกระบี่เชื่อกองทุน 100 ล.ช่วยบทบาทหญิงโดดเด่น


จังหวัดกระบี่จัดงานวันสตรีสากลเป็นไปอย่างคึกคัก กรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด เชื่อ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดละ 100 ล้านบาท ช่วยให้บทบาทสตรีโดดเด่น
      
       วันที่ 8 มี.ค.55 นายวีระ จันทร์ทิพรักษ์ ปลัดจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดงานวันสตรีไทย เทิดไท้องค์ราชินี ประจำปี 2555 ณ ห้องนพรัตน์ธารา โรงแรมมาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีนางจงดี สกลกิตติวัฒน์ กรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดกระบี่ และสตรีในพื้นที่จังหวัดกระบี่เข้าร่วม
      
       นายวีระ จันทร์ทิพรักษ์ ปลัดจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีเป็นวันสตรีสากล เพื่อให้สตรีทั่วโลกได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงสิทธิสตรี รวมทั้งเป็นการรวมพลังสตรี เพื่อแสดงออกถึงบทบาทของสตรีที่ได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์ให้สังคมมีความสุข
      
       คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดกระบี่ จึงได้กำหนดจัดงานสันสตรีสากลจังหวัดกระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาองค์กรสตรีให้มีความเข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือชุมชน สังคมได้ สร้างความรัก ความสามัคคี และแสดงพลังสตรี ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรสตรีจังหวัดกระบี่ เป็นที่ยอมรับแก่สังคม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มี องค์กรสตรีจากทุกหมู่บ้าน และเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ประมาณ 900 คน เข้าร่วมกิจกรรม
      
       ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมเดินแสดงพลังสตรี ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มเงิน พุ่มทองของตัวแทนสตรีอำเภอ 8 อำเภอ และตัวแทนสตรีจากเทศบาลเมืองกระบี่ มอบประกาศเกียรติคุณสตรีดีเด่น จำนวน 25 คน
            ด้าน นางจงดี สกลกิตติวัฒน์ กรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดกระบี่ วันสตรีสากล ถือว่าเป็นวันสำคัญที่เปิดโอกาสให้สังคมได้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญของสตรีในสังคมของเรานั้น สตรีถือว่าเป็นพลังสำคัญที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสตรีไทยมีบทบาทหน้าที่สำคัญเคียงคู่บุรุษมาช้านาน สังคมไทยจึงมีคำยกย่องให้เกียรติสตรีว่าเป็นผู้ที่มือก็ไกว ดาบก็แกว่ง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพลังสตรี และศักดิ์ศรีของสตรีไทย
      
       ปัจจุบันสตรีไทยได้รับการศึกษาสูงขึ้น ทำให้มีความคิดก้าวหน้า มีความรู้ความสามารถ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมาย และองค์กรสตรี จะเป็นผู้ที่มีบทบาทและเป็นฐานพลังในการเสริมสร้าง เศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง และมีบทบาทหน้าที่ที่โดดเด่นในสังคม รัฐบาลได้สนับสนุนกิจกรรมสตรี โดยจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดละ 100 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยให้บทบาทสตรีโดดเด่นยิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

เทศบาลตำบลคลองท่อมของบ 10 ล.ปรับอาคารพิพิธภัณฑ์ลูกปัดอายุ 3 พันปี


เทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ รับงบ 10 ล้าน ปรับปรุงอาคารพิพิธภัณฑ์ลูกปัดโบราณ อายุกว่า 3,000 ปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยจะปิดบริการตั้งแต่ พ.ค.นี้ เป็นเวลา 1 ปี
      
       นายพิริยะ ศรีสุขสมวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลคลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เปิดเผยว่า จากการที่เทศบาลคลองท่อมใต้ได้ทำโครงการของบประมาณจากจังหวัดกระบี่ จำนวน 7 ล้านบาท เพื่อทำการปรับปรุงอาคารพิพิธภัณฑ์สถานลูกปัดคลองท่อม ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงลูกปัดโบราณชื่อดังของจังหวัดกระบี่ ที่มีลูกปัดและวัตถุโบราณล้ำค่าอายุประมาณ 3,000 ปี จำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
           และนอกจากนี้ ยังได้ของบปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบอีกประมาณ 3 ล้านบาท รวมเป็น 10 ล้านบาท เพื่อจะทำให้พิพิธภัณฑ์ลูกปัดวัดคลองท่อมมีความสมบูรณ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมได้สะดวก เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดกระบี่
      
       นายพิริยะ เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ ทางเทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ได้รับงบประมาณ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้อีกประมาณ 2 เดือนเศษ ทางเทศบาลก็จะทำการปิดพิพิธภัณฑ์เป็นการชั่วคราว เพื่อเตรียมดำเนินการปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหมด รวมทั้งตู้จัดแสดงลูกปัดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ซึ่งได้มีการออกแบบไว้แล้ว ส่วนบริเวณรอบตัวอาคารก็จะมีการปรับภูมิทัศน์ ให้เกิดความสวยงามยิ่งขึ้น
           ดังนั้น จึงขอชี้แจงไปยังนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการบริษัททัวร์ ว่า ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมปีนี้ ทางเทศบาลคลองท่อมใต้ ก็จะทำการปิดพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้บริษัทรับเหมาเข้ามาทำการปรับปรุง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ก็จะสามารถเปิดให้บริการตามปกติ
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์