
วันที่ 3 ก.ย.53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุพายุพัดถล่ม และมีฝนตกมาอย่างหนัก ที่ เกาะพีพี ม.7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ทำให้กิ่งต้นไทรขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี อยู่บริเวณหน้าหาด หักหล่นลงมาทับบนถนนบริเวณด้านหน้าโรงแรม ท่ามกลางความตกตะลึงของนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 3 หลัง ที่ปลูกติดกันโดยสภาพหลังคาสังกะสีปลิวว่อนและหล่นมากองพับพื้น เนื่องจากแรงพายุ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
นางลิมา กองข้าวเรียบ อายุ 53 ปี เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหาย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดพายุพัดมาอย่างรุนแรง และมีฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยแรงพายุพัดหลังคาสังกะสีห้องแถวที่อยู่ติดกัน3 หลังปลิวว่อนออกมาทั้งชุด ทำให้ข้าวของที่อยู่ภายในบ้านได้รับความเสียหาย แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่า ค่อนข้างรุนแรง ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา เนื่องจากพายุรุนแรงขนาดนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บนเกาะพีพี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันวิ่งไปหลบภายนมัสยิดเนื่องจากโครงอาคารมีความมั่นคงแข็งแรง เพราะในช่วงเกิดเหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 47 มัสยิดเกาะพีพีไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ด้วยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ติดตามตรวจสอบสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งได้ประกาศเตือนภัย เรื่อง ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ว่า ในช่วงนี้มรสุมค่อนข้างแรงยังคงพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและตกหนักในบางพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม-3 กันยายนนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และคอยติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นทั่วไป